TIBD ร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์กับ KAPI มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และเครือข่าย E3T Alliance ผลักดันเทคโนโลยี “Solar Greenhouse” สู่การยกระดับเกษตรมูลค่าสูงอย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 ณ สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร (KAPI) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้มีการประชุมหารือเชิงกลยุทธ์ระหว่างผู้บริหารมหาวิทยาลัยและคณะผู้แทนจาก กลุ่มพันธมิตร E3T Alliance ซึ่งเป็นเครือข่ายความร่วมมือที่มุ่งส่งเสริมโครงการด้านสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีที่ยั่งยืน โดยมีบทบาทเป็นตัวแทนของ JP Group อันประกอบด้วยความร่วมมือระหว่างมูลนิธิวิจัยระบบสังคมภูมิภาค Tanba และ JA สมาคมเกษตรกรญี่ปุ่น
การหารือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านการพัฒนาศักยภาพการปลูกพืชมูลค่าสูงเพื่อการค้าและการส่งออก โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับภาคการเกษตรของไทยให้สามารถแข่งขันในระดับสากล



ในการประชุมระดับผู้บริหารได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กฤษณ์ วันอินทร์ รองอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและพันธกิจเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เข้าร่วมหารือถึงแนวทางความร่วมมือทางวิชาการ ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัย และศักยภาพในการต่อยอดโครงการในระยะยาว พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาภาคการเกษตรไทย
ในโอกาสดังกล่าว TIBD ได้เข้าร่วมในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองด้านความเป็นไปได้ทางธุรกิจ การขยายตลาด และการเชื่อมโยงนวัตกรรมสู่ระบบอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน


เทคโนโลยี Solar Greenhouse และแนวคิด Light Separation Model
การประชุมในช่วงเช้ามุ่งเน้นไปที่การนำเสนอเทคโนโลยี “Solar Greenhouse” ภายใต้แนวคิด Light Separation Model ซึ่งเป็นระบบโรงเรือนพลังงานแสงอาทิตย์ที่ออกแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปลูกพืชมูลค่าสูง เช่น มัทฉะ และสตรอว์เบอร์รี
เทคโนโลยีดังกล่าวสามารถปรับช่วงคลื่นแสงให้เหมาะสมต่อกระบวนการสังเคราะห์แสงของพืช พร้อมทั้งนำพลังงานความร้อนส่วนเกินมาแปลงเป็นพลังงานหมุนเวียน ถือเป็นนวัตกรรมที่ผสานมิติด้านการเกษตรและพลังงานเข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน
ในการหารือด้านวิชาการครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปิยะ กิตติภาดากุล อาจารย์ประจำภาควิชาพืชไร่นา คณะเกษตร ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับปรุงพันธุ์พืช ร่วมให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับศักยภาพการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในบริบทของประเทศไทย พร้อมอธิบายภาพรวมการทำเกษตรในประเทศไทย และความพร้อมของเกษตรกรไทยในการปรับตัวเข้าสู่ยุคเทคโนโลยีเกษตรขั้นสูง
นอกจากนี้ ในการประชุมยังมีภาคเอกชนและผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองด้านศักยภาพการพัฒนาเชิงอุตสาหกรรมและความเป็นไปได้ในอนาคต

จากบทเรียนเมืองทัมบะ สู่การยกระดับพืชมูลค่าสูงในไทย
การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับ Tanba Regional Social System Research Foundation และคณะกรรมการพัฒนาโครงการมัทฉะแห่งทัมบะ ประเทศญี่ปุ่น ทำให้เห็นชัดว่า ความสำเร็จของการปลูกพืชมูลค่าสูง เช่น มัทฉะคุณภาพระดับพรีเมียม ไม่ได้เกิดจากการควบคุมปริมาณแสงเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการ “บริหารจัดการสเปกตรัมแสง” อย่างแม่นยำ
องค์ความรู้ด้านสรีรวิทยาพืช (Plant Physiology) โดยเฉพาะการควบคุมช่วงคลื่นแสง 400–700 นาโนเมตร (Photosynthetically Active Radiation: PAR) มีบทบาทสำคัญต่อการสังเคราะห์แสง การสะสมกรดอะมิโน และคุณภาพรสชาติของพืช
บทเรียนดังกล่าวจึงเป็นรากฐานสำคัญในการออกแบบระบบ Solar Greenhouse สำหรับบริบทประเทศไทย ซึ่งมีสภาพภูมิอากาศร้อนชื้น แตกต่างจากภูมิภาคเขตอบอุ่นอย่างสิ้นเชิง


ศึกษาดูงานด้านงานวิจัยและนวัตกรรมเชิงปฏิบัติ
ในช่วงบ่าย เวลา 13.30 น. คณะผู้แทนจาก E3T Alliance และ JA Group ได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน ณ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมี ดร.ปัทมา ทองกอก อาจารย์ประจำสาขาเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช ภาควิชาชีววิทยาประมง เป็นผู้บรรยายและเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการวิจัย อาทิ การเพาะเลี้ยงหญ้าทะเลจากเนื้อเยื่อ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล
การศึกษาดูงานครั้งนี้เปิดโอกาสให้คณะผู้แทนได้สัมผัสถึงความพร้อมด้านวิชาการ โครงสร้างพื้นฐาน และศักยภาพงานวิจัยของมหาวิทยาลัยอย่างใกล้ชิด ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญในการประเมินแนวทางความร่วมมือในอนาคต


ก้าวสำคัญสู่เกษตรกรรมไทยยุคใหม่
Solar Greenhouse ภายใต้แนวคิด E3T ไม่ใช่เพียงการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาโรงเรือน แต่เป็นการออกแบบระบบการผลิตอาหารและพลังงานแบบบูรณาการ ที่ยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศ และตอบสนองความต้องการของตลาดพรีเมียมระดับสากล
การหารือและศึกษาดูงานในครั้งนี้สะท้อนถึงความพยายามในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติ เพื่อร่วมกันยกระดับภาคการเกษตรสู่รูปแบบที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างภาควิชาการ เครือข่ายพันธมิตรต่างประเทศ และผู้เกี่ยวข้องจากหลายภาคส่วนในครั้งนี้ จึงนับเป็นก้าวสำคัญของการวางรากฐานความร่วมมือในอนาคต เพื่อผลักดันนวัตกรรมโรงเรือนพลังงานแสงอาทิตย์และเทคโนโลยีเกษตรขั้นสูง ให้เกิดประโยชน์เชิงเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป




