Bakuchiol ส่วนผสมกู้หน้าเด็กที่ผิวแพ้ง่ายต้องหลงรัก

Bakuchiol ส่วนผสมกู้หน้าเด็กที่ผิวแพ้ง่ายต้องหลงรัก       

       หากศึกษาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์กลุ่ม Anti-Aging หลายคนคงคุ้นเคยกับ Retinol เป็นอย่างดี เพราะเป็นส่วนผสมที่ได้รับความนิยมในวงการสกินแคร์มายาวนาน มีคุณสมบัติช่วยลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย และกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนให้ผิวเต่งตึงดูอ่อนเยาว์ อย่างไรก็ตามการใช้เรตินอลมีผลข้างเคียงทำให้ผิวแห้ง เกิดอาการแดงหรือระคายเคืองได้ง่ายโดยเฉพาะในผิวบอบบางหรือแพ้ง่าย เพราะการสร้างคอลลาเจนของเรตินอลจะต้องผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกเพื่อสร้างเซลล์ผิวใหม่ จึงอาจทำให้ผิวบางและอ่อนแอลง

         หากเรตินอลดูจะไม่ใช่ทางของเราก็อย่าเพิ่งถอดใจ เพราะเรตินอลมีส่วนผสมฝาแฝดที่มาจากธรรมชาติและอ่อนโยนต่อผิวที่มีชื่อว่า Bakuchiol (บา-กู-ชิล) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการฟื้นฟูผิวจากริ้วรอยแห่งวัย 

Bakuchiol คืออะไร?

         Bakuchiol คือสารสกัดจากธรรมชาติที่สกัดมาจากเมล็ดของต้น Babchi ซึ่งเป็นพืชในตระกูลถั่วมีต้นกำเนิดในประเทศอินเดียและศรีลังกา ถูกใช้ในศาสตร์อายุรเวทของอินเดียและยาแผนโบราณของจีน 

         หลายคนอาจเคยได้ยินว่าน้ำมันเมล็ด Bakuchi และน้ำมัน Babchi  นั้นเหมือนกัน แต่ความจริงแล้ว  Bakuchiol เป็นสารประกอบที่มาจากเมล็ดและใบ Babchi  แล้วถูกเอามาทำให้บริสุทธิ์เพื่อนำมาใช้ทางการค้า   น้ำมันเมล็ด Bakuchi และน้ำมัน Babchi ต่างเป็นน้ำมันที่ถูกคั้นจากเมล็ด Babchi  เหมือนกัน ส่วนน้ำมันจะมีส่วนผสมของ Bakuchiol หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับวิธีการสกัดให้บริสุทธิ์ไม่ใช่ความเข้มข้น เพราะฉะนั้นจึงควรดูรายชื่อส่วนผสมให้ดีว่ามี Bakuchiol ไหม

แล้ว Bakuchiol ช่วยอะไรได้บ้าง ?

  • ลดเลือนสัญญาณริ้วรอยแห่งวัย

จากการศึกษาในปี 2014 ของ International Journal of Cosmetic Science  พบว่า Bakuchiol มี collagen-regulating และ gene-modifying properties เหมือนกับเรตินอล 

นักวิจัยให้อาสาสมัครใช้ Bakuchiol ที่มีความเข้มข้น 0.5% ทุกวัน วันละ 2 ครั้งเป็นเวลา 12 สัปดาห์  ผลการศึกษาพบว่า  ริ้วรอยตื้น,ริ้วรอยลึก,ความยืดหยุ่น,ความกระชับ และผิวที่เสียหายจากแสงแดด มีการ ”เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ” และยังมีการศึกษาที่เผยแพร่ใน British Journal of Dermatology ปี 2019 ได้ทำการทดลองใช้ Bakuchiol ที่มีความเข้มข้น 0.5% สองครั้งต่อวันเป็นเวลา 12 สัปดาห์ เช่นเดียวกัน พบว่าผิวในส่วนที่มีริ้วรอยลึก”ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ” เช่นกัน 

  • ต่อต้านอนุมูลอิสระ 

Bakuchiol ถือว่าเป็นแอนตี้ออกซิเดนท์อย่างหนึ่ง ช่วยปกป้องผิวที่เกิดความเสียหายจากอนุมูลอิสระ จากผลการศึกษาใน Planta Medica  ปี 2000  พบว่า ช่วยป้องกันการเกิดปฏิกิริยา oxidative degradation  ของลิปิดซึ่งเป็นไขมันตามธรรมชาติของผิว เมื่อลิปิด (ในที่นี้รวมถึง squalene, กรด sebalaic, กรดไลโนเลอิกและคอเลสตอรอล) เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น จะเป็นสาเหตุให้เกิดการอักเสบหรือเสื่อมสภาพจนอาจทำให้เซลล์ผิวฝ่อและตายในที่สุด ในขั้นตอนการป้องกันนี่เองที่ Bakuchiol มีประสิทธิภาพเหนือกว่าแอนตี้ออกซิเดนซ์ที่รู้จักกันดีอย่างวิตามินอี

  • ลดเลือนเม็ดสีหรือจุดด่างดำ 

ผลการศึกษาในปี 2014 และปี 2019 ต่างพบว่า การทดลองใช้ Bakuchiol ที่มีความเข้มข้น 0.5% วันละ 2 ครั้งเป็นเวลา 12 สัปดาห์ ทำให้เม็ดสีดูลดเลือนลงอย่างมีนัยสำคัญ   Bakuchiol ลดเลือนจุดด่างดำด้วยการยับยั้งการสร้างเมลานินและมีประสิทธิภาพดีกว่าอาร์บูติน อ้างอิงจากการศึกษาของ  Bioscience, Biotechnology และ Biochemistry ในปี 2010

  • ลดโอกาสการเกิดสิว 

จากผลการศึกษาของผู้ผลิตสินค้ากลุ่ม Cosmetics & Toiletries ในปี 2011 พบว่า หลังการใช้ Bakuchiol ที่มีความเข้มข้น 1% วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 6 สัปดาห์ ทำให้สิวดูน้อยลง 57 %  นักวิจัยได้เปรียบเทียบผลการใช้ Bakuchiol กับกรดซาลิไซลิก 2% วันละ 2 ครั้ง พบว่า สามารถลดสิวได้ 48%  เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดควรใช้ส่วนผสมทั้ง 2 ชนิดนี้ร่วมกัน โดยจะสามารถลดสิวได้ถึง 67%

จากผลการศึกษานักวิจัยสรุปว่า Bakuchiol มีคุณสมบัติต้านแบคทีเรียและต้านการอักเสบ  ซึ่งช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียและลดอาการอักเสบ  และยังเข้ายับยั้งการเกิดออกซิเดชั่นของความมันส่วนเกินที่เป็นตัวทำให้เกิดสิวอีกด้วย

Bakuchiol ให้ผลดีกว่าเรตินอลหรือไม่?

         ด้วยประโยชน์ที่มีเหมือนๆกัน การใช้ Bakuchiol ดูจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าเรตินอล โดยเฉพาะในคนที่มองหาส่วนผสมที่อ่อนโยนและมาจากธรรมชาติ   ซึ่งต่อไปนี้เป็นข้อดีข้อเสีย 

ให้ประสิทธิภาพเทียบเท่าเรตินอล

ผลการศึกษาปี 2019 ระบุว่า ผู้เข้าร่วมวิจัยที่ใช้ Bakuchiol ที่มีความเข้นข้น 0.5% วันละ 2 ครั้ง หรือใช้เรตินอลที่มีความเข้นข้น 0.5% วันละครั้ง เป็นเวลา 12 สัปดาห์ พบว่า ผลการใช้ทั้งสองส่วนผสมนี้กลับแทบไม่แตกต่างกัน  จึงหมายความว่า การใช้ Bakuchiol วันละ 2 ครั้งมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับการใช้เรตินอลวันละครั้ง  

อ่อนโยน ไม่ระคายเคือง

จากการศึกษาปี 2014 ผู้เขียนกล่าวว่า  Bakuchiol ให้ผลลัพธ์ดีโดยไม่ทำให้เกิดอาการที่ไม่พึงประสงค์เหมือนกับการใช้เรตินอล  ข้อสังเกตนี้ได้รับการยืนยันอีกครั้งในการศึกษาปี 2019 พบว่า ผู้ใช้เรตินอลมีอาการผิวหน้าแสบ แดง ระคายเคือง ขณะที่ผู้ใช้ Bakuchiol ไม่เกิดอาการเหล่านี้  ทำให้นักวิจัยสรุปว่า Bakuchiol มีแนวโน้มที่จะอ่อนโยนกว่าเรตินอล   

ใช้ได้ทั้งช่วงเช้าและก่อนนอน

เรตินอลและอนุพันธุ์วิตามินเอต้องใช้ในเวลากลางคืน เนื่องจากแสงอาทิตย์จะทำให้ประสิทธิภาพลดลง และยังทำให้ผิวไวต่อแสงแดดมากขึ้น เนื่องจากเรตินอลจะไปผลัดเซลล์ผิวเก่าเผยเซลล์ผิวใหม่  ในทางตรงกันข้าม Bakuchiol ไม่ทำให้ผิวไวต่อแสงแดด จากผลการศึกษาปี 2019 พบว่า Bakuchiol มีความเสถียรในแสงยูวี  จึงสามารถใช้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืนอย่างปลอดภัย (ต้องใช้ครีมกันแดดด้วยเสมอ) 

สารออกฤทธิ์ให้เกิดผลลัพธ์ (Active Ingredient) อื่นก็มีประสิทธิภาพดีเหมือนกัน

ต้องอย่าลืมว่า ไม่ได้มีแค่ Bakuchiol เพียงอย่างเดียวที่ให้ผลลัพธ์เหมือนเรตินอล เพียงแต่ตอนนี้กำลังได้รับความสนใจทางการตลาดเป็นอย่างมากเท่านั้น  ผลการศึกษาในปี 2010 พบว่า  การใช้วิตามินบี 3, เปปไทด์ และ retinyl propionate เข้มข้น 5% เป็นประจำ ให้ผลเทียบเคียงได้กับคนที่ใช้เตรทติโนอิน 0.02% (tretinoin) ซึ่งแรงกว่าเรตินอล 20 เท่า  และผลการศึกษาปี 2012  ได้เปรียบเทียบผลการใช้  เตรทติโนอินเข้มข้น 0.025% (tretinoin) ควบคู่กับการทำทรีทเม้นท์ที่มีกรดไดโออิค 2% (dioic acid) และกรดซาลิไซลิค (salicylic acid) & HEPE 1.5%  หลังจากการใช้พบว่า สีผิวดูสม่ำเสมอ กระจ่างใสขึ้น รอยสิวและจุดด่างดำดูลดลง  

อาจทำให้ผิวไวต่อสารกระตุ้นหรือเกิดอาการแพ้ได้ 

แม้ Bakuchiol จะเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ อ่อนโยน แต่ก็มีโอกาสที่บางคนอาจมีอาการแพ้ได้เช่นกัน Journal of Contact Dermatitis ได้เผยแพร่รายงาน 2 ฉบับ ระบุว่าอาจก่อให้เกิดสารที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้หรือเป็นสาเหตุให้ผิวหนังอักเสบได้

มีคุณสมบัติของฮอร์โมนเอสโตรเจน

หลายคนไม่รู้ว่า Bakuchiol คือไฟโตอีสโตรเจน (Phytoestrogens) – สารประกอบเคมีตามธรรมชาติสามารถออกฤทธิ์ทางชีววิทยาได้คล้ายกับเอสโตรเจน (estrogens) อย่างหนึ่ง  เราต่างทราบกันดีว่าเมื่อฮอร์โมนเอสโตรเจนเริ่มขยายตัว (ทำให้เกิดภาวะขาดออกซิเจน) จะกระตุ้นให้เกิดการสังเคราะห์คอลลาเจนตามการศึกษาใน International Journal of Women’s Dermatology

แต่การสะสมคอลลาเจนมากเกินไปในวัยที่เพิ่มขึ้นนั้นคล้ายกับกระบวนการการเกิดแผลเป็น  การมีคอลลาเจนมากเกินไปไม่เป็นประโยชน์ ความสมดุลระหว่างการสังเคราะห์และการย่อยสลายต่างหากที่เป็นสิ่งที่สำคัญ  เมื่อพิจารณาแล้วเอสโตรเจนมีความเกี่ยวข้องกับการเสื่อมสลายภายในร่างกายเป็นอย่างมาก  และเมื่อ Bakuchiol เป็นไฟโตอีสโตรเจนอย่างหนึ่งจึงอาจอ่อนแอลง  แต่ก็สามารถเสริมสร้างภาระเอสโตรเจนในร่างกายได้

Bakuchiol ปลอดภัยต่อคนที่ตั้งครรภ์หรือไม่?

         ปกติแล้วแพทย์มักแนะนำ ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรหลีกเลี่ยงการใช้เรตินอยด์ในช่องปากหรือเฉพาะที่ซึ่งรวมถึงเรตินอลด้วย  ถึงแม้ Bakuchiol จะอ่อนโยนกว่าแต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันมากเพียงพอ จนจะกล่าวว่าใช้ทดแทนได้  

โดยสรุปแล้วหากคุณเริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับริ้วรอย เคยใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเรตินอลแล้วมีอาการแพ้ สกินแคร์ที่มีสารสกัด Bakuchiol ดูจะเป็นตัวเลือกที่ดีเนื่องจากเป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่มีคุณสมบัติช่วยลดเลือนริ้วรอย  เหมาะกับผิวบอบบางแพ้ง่าย  อย่างไรก็ตามผลลัพธ์ที่ได้นั้นขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิมของแต่ละบุคคลนั้นด้วย

สามารถชมบทความ Bakuchiol ส่วนผสมกู้หน้าเด็กที่ผิวแพ้ง่ายต้องหลงรัก และ อื่นๆได้ที่นี่

ข้อมูลอ้างอิ

https://theskincareedit.com/bakuchiol

https://www.vogue.co.th/beauty/skincareingredient-bakuchiol 

สินีนาฏ เพิ่มสวัสดิ์
  
สินีนาฏ เพิ่มสวัสดิ์

มาร์เก็ตติ้งในธุรกิจความงามของบริษัทต่างประเทศชั้นนำกว่า 10 ปี เชี่ยวชาญการทำการตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าและเส้นผมโดยเฉพาะ