ผักและผลไม้สดขณะลดเชื้อที่ผิวด้วยพลาสมาเย็น

Cold Plasma Fresh Produce Sanitation สำหรับโรงคัดบรรจุ ผู้แปรรูปผักตัดแต่ง และผู้ส่งออก — ทำไมถึงยืดอายุได้ ยืดได้เท่าไร และอะไรที่ยังทำไม่ได้

การยืดอายุผักผลไม้สดด้วยพลาสมาเย็น คือการลดจำนวนจุลินทรีย์ (microorganisms) บนผิวผลผลิตด้วยพลาสมาที่เกิดในอากาศที่อุณหภูมิห้อง เพื่อชะลอการเน่าเสีย โดยไม่ต้องเติมสารเคมีลงไปในน้ำล้าง ไม่ใช้ความร้อนที่ทำลายเนื้อสัมผัส และไม่ทิ้งสารตกค้าง (residue) ที่ต้องสำแดงในเอกสารส่งออก

เหตุผลที่กลไกนี้ยืดอายุได้ตรงไปตรงมา ผลผลิตสดเน่าเพราะจุลินทรีย์บนผิวเพิ่มจำนวน เมื่อจำนวนตั้งต้นต่ำลง เวลาที่ใช้ไปถึงจุดที่มองเห็นความเสียหายก็ยาวขึ้น

สิ่งที่ต้องพูดให้ชัดตั้งแต่ต้นคือ ตัวเลขว่ายืดได้กี่วันไม่มีค่ากลาง เพราะขึ้นอยู่กับชนิดผลผลิต ปริมาณจุลินทรีย์ตั้งต้น เงื่อนไขที่ใช้ และการควบคุมอุณหภูมิตลอดห่วงโซ่หลังจากนั้น

ทำไมการล้างคลอรีนถึงเริ่มเป็นปัญหา

การล้างด้วยน้ำคลอรีนที่ความเข้มข้นราว 50 ถึง 200 ส่วนในล้านส่วน เป็นมาตรฐานของอุตสาหกรรมผักตัดแต่งทั่วโลกมานานหลายทศวรรษ และยังลดเชื้อก่อโรคทางอาหารได้จริง ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ประสิทธิภาพ แต่อยู่ที่สิ่งที่ตามมา

สามแรงกดดันที่ทำให้ผู้ส่งออกเริ่มมองหาทางเลือก

  • ผลพลอยได้จากการฆ่าเชื้อที่อาจตกค้างบนผิวผลิตภัณฑ์และในน้ำทิ้ง ซึ่งตลาดปลายทางเริ่มตรวจเข้มขึ้น
  • ข้อจำกัดของการรับรองเกษตรอินทรีย์ ทั้ง USDA National Organic Program และ EU Organic Regulation 2018/848 มีเงื่อนไขที่เข้มงวดสำหรับการใช้คลอรีนในกระบวนการผลิตอาหารอินทรีย์
  • ต้นทุนการจัดการน้ำเสียที่ปนเปื้อน และต้นทุนอาชีวอนามัยจากการที่พนักงานต้องสัมผัสสารเคมี

ในมิติของการสูญเสีย องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติประมาณการว่าการสูญเสียผักผลไม้สดในระบบหลังการเก็บเกี่ยวของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่ในระดับร้อยละ 24 ขึ้นไป โดยมีอุณหภูมิสูงและความชื้นเป็นตัวเร่ง ในโครงสร้างต้นทุนแบบนี้ การยืดอายุได้แม้เพียงเล็กน้อยก็เปลี่ยนตัวเลขกำไรของห่วงโซ่ส่งออกได้อย่างมีนัยสำคัญ

พลาสมาเย็นทำงานกับผิวผลผลิตอย่างไร

เมื่อจ่ายสนามไฟฟ้าแรงสูงผ่านอากาศที่อุณหภูมิห้อง แก๊สส่วนหนึ่งแตกตัวและเกิดอนุภาคที่มีฤทธิ์ทางเคมีขึ้นมาชุดหนึ่ง อนุภาคเหล่านี้ทำปฏิกิริยากับเยื่อหุ้มเซลล์ (cell membrane) และโครงสร้างชีวโมเลกุลของจุลินทรีย์ที่อยู่บนผิวผลผลิต ทำให้เซลล์เสียหายผ่านกลไกออกซิเดชัน โดยไม่ต้องเติมสารฆ่าเชื้อเข้าไปในระบบ

ลักษณะเด่นสามข้อของกระบวนการนี้คือ ตั้งต้นจากอากาศกับไฟฟ้าเท่านั้น อนุภาคที่เกิดขึ้นมีอายุสั้นและสลายตัวกลับเป็นอากาศตามเดิม และความแรงของกระบวนการปรับได้ด้วยพลังงานกับเวลาสัมผัส จึงคุมเป็นตัวเลขได้

TIBD สรุปจุดยืนของเทคโนโลยีนี้ในสี่ข้อที่ไม่ทำ คือไม่ใช้สารเคมี ไม่ทิ้งสารตกค้าง ไม่ใช้ความร้อน และไม่ใช้รังสี ซึ่งแต่ละข้อผูกกับข้อได้เปรียบเชิงพาณิชย์ที่ต่างกัน

ติดตั้งในสายการผลิตได้กี่แบบ

รูปแบบการติดตั้งขึ้นอยู่กับว่าโรงงานมีจังหวะการผลิตแบบไหน

รูปแบบ เหมาะกับ สิ่งที่ต้องเตรียม
ห้องบำบัดแบบแบตช์ ล็อตเล็ก ผลผลิตหลายชนิดสลับกัน การทดสอบก่อนขยาย พื้นที่วางตู้ และแผนจัดคิวล็อต
โมดูลในสายการผลิต การผลิตต่อเนื่องบนสายพาน ปริมาณสม่ำเสมอ พื้นที่แทรกในสายพานเดิม และการปรับความเร็วสายให้ตรงกับเวลาสัมผัส
บำบัดหลังบรรจุ ผลิตภัณฑ์บรรจุในบรรยากาศดัดแปลงที่ต้องการบำบัดรอบสุดท้าย ชนิดฟิล์มบรรจุภัณฑ์ที่เข้ากันได้ และการยืนยันว่าไม่กระทบซีล
หัวพลาสมาแบบพกพาปรับสภาพผิวสตรอว์เบอร์รี

หัวพลาสมาแบบพกพาปรับสภาพผิวสตรอว์เบอร์รี

งานวิจัยรายงานผลไว้แค่ไหน

วรรณกรรมของพลาสมาเย็นในอุตสาหกรรมอาหารสะสมมากว่าทศวรรษ และครอบคลุมทั้งผักใบ ผลไม้ และผลิตภัณฑ์ความเสี่ยงสูง

งานวิจัย วารสาร สิ่งที่รายงาน
Ziuzina และคณะ (2013) Journal of Applied Microbiology การลดประชากร Escherichia coli ด้วยพลาสมาเย็นที่ความดันบรรยากาศ ภายในบรรจุภัณฑ์ที่ปิดผนึกแล้ว
Baier และคณะ (2014) Food Control การบำบัดผักใบด้วยพลาสมาแบบไม่ใช้ความร้อนโดยตรง พร้อมประเมินผลทางกายภาพ ทางสรีรวิทยา และประสิทธิภาพการลดจุลินทรีย์ควบคู่กัน
Lacombe และคณะ (2015) Journal of Food Protection การลดจุลินทรีย์ที่ใช้ออกซิเจนบนผลบลูเบอร์รี พร้อมประเมินผลต่อคุณลักษณะด้านคุณภาพ
Bourke และคณะ (2017) Journal of Applied Microbiology บทปริทัศน์เชิงกลไกว่าพลาสมาเย็นมีผลต่อจุลินทรีย์อย่างไรภายใต้สภาวะการผลิตที่หลากหลาย
Misra, Schlüter และ Cullen (บรรณาธิการ, 2016) Academic Press หนังสือวิชาการมาตรฐานที่ใช้เป็นกรอบทางวิศวกรรมในการออกแบบพารามิเตอร์และเครื่องจักร

สิ่งที่งานเหล่านี้มีร่วมกันคือรายงานผลเป็นระดับการลดจำนวนจุลินทรีย์ในเงื่อนไขที่ระบุไว้ชัดเจน ไม่ใช่การประกาศตัวเลขที่ใช้ได้กับทุกผลผลิต การอ่านงานวิจัยกลุ่มนี้จึงต้องอ่านเงื่อนไขควบคู่กับผลเสมอ

เทียบกับวิธีเดิมแล้วแลกอะไรกับอะไร

วิธี เติมสารเคมี ใช้ความร้อน สิ่งที่ต้องบริหาร
ล้างคลอรีน ต้อง ไม่ใช้ สารตกค้าง น้ำทิ้ง และข้อจำกัดด้านการรับรองอินทรีย์
ลวกหรือใช้ความร้อน ไม่ต้อง ใช้ เนื้อสัมผัส สี และคุณค่าทางโภชนาการของผลผลิตสด
รังสียูวี ไม่ต้อง ไม่ใช้ ได้เฉพาะพื้นผิวที่แสงส่องถึง มีเงาบังไม่ได้
พลาสมาเย็น ไม่ต้อง ไม่ใช้ ต้องหาเงื่อนไขที่พอดีกับผลผลิตแต่ละชนิด และออกแบบจุดติดตั้งในสาย

สำหรับผู้ส่งออก ข้อได้เปรียบเชิงเอกสารมีน้ำหนักไม่น้อยกว่าข้อได้เปรียบเชิงเทคนิค เมื่อไม่มีสารตกค้างใหม่เกิดขึ้น ก็ไม่มีค่าสารตกค้างสูงสุดที่ต้องบริหารต่อแต่ละตลาดปลายทาง และไม่มีผลพลอยได้จากการฆ่าเชื้อในน้ำทิ้งที่ต้องจัดการ

ระยะใกล้ขณะพลาสมาสัมผัสผิวผลไม้สด

ระยะใกล้ขณะพลาสมาสัมผัสผิวผลไม้สด

ทำไมผลไม่เท่ากันทุกจุดบนผิวผลผลิต

ผักผลไม้ไม่ได้มีผิวเรียบ มีทั้งส่วนนูน ส่วนเว้า ขั้ว ร่อง และซอกใบ งานของ รศ.ดร.ศิวพล ศรีสนพันธุ์ ที่ตีพิมพ์ใน Plasma Chemistry and Plasma Processing ปี 2020 อธิบายเรื่องนี้ไว้ตรง ๆ ว่าสนามไฟฟ้าจะเข้มขึ้นเองที่ส่วนโค้งนูน และเกิด "เงา" ขึ้นที่ส่วนเว้าซึ่งพลาสมาเข้าถึงได้น้อยกว่า

ผลในทางปฏิบัติคือค่าการลดจุลินทรีย์ที่วัดได้จากตัวอย่างเดียวกันอาจต่างกันหลายเท่า ขึ้นอยู่กับว่าจุดที่เก็บตัวอย่างอยู่ตรงส่วนนูนหรือส่วนเว้า นี่คือเหตุผลที่แผนการเก็บตัวอย่างสำคัญไม่แพ้ตัวเงื่อนไขการบำบัด และเป็นเหตุผลที่ตัวเลขจากผลผลิตชนิดหนึ่งเอาไปใช้กับอีกชนิดที่รูปทรงต่างกันไม่ได้

ใครควรสนใจเรื่องนี้

กลุ่มที่ต้นทุนของปัญหาสูงกว่าต้นทุนของการแก้

  • โรงคัดบรรจุและผู้แปรรูปผักผลไม้ตัดแต่งที่ส่งเข้าค้าปลีกสมัยใหม่
  • ผู้ส่งออกผักผลไม้สดไปยังตลาดที่ตรวจสารตกค้างเข้ม
  • ผู้ผลิตอาหารพร้อมรับประทานที่ขายผ่านร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ต
  • ผู้ผลิตถั่วงอก ผักไมโครกรีน และผลิตภัณฑ์ที่จัดเป็นกลุ่มความเสี่ยงสูง
  • ผู้ประกอบการห่วงโซ่ผักและผลไม้อินทรีย์ส่งออก
  • ผู้แปรรูปผลไม้ตัดแต่งสำหรับโรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจจัดเลี้ยง

เริ่มต้นอย่างไร

ขั้นแรกคือการวัดค่าตั้งต้นของผลผลิตจริง ทั้งปริมาณจุลินทรีย์เริ่มต้น ความชื้นที่ผิว และคุณภาพด้านประสาทสัมผัสก่อนบำบัด ค่าเหล่านี้คือฐานที่ใช้เทียบผลทั้งหมดในภายหลัง

ขั้นที่สองคือการทดสอบประสิทธิภาพเบื้องต้นในขนาดแบตช์เล็ก โดยใช้ผลผลิตจากล็อตจริง ผลที่ได้ไม่ใช่คำรับประกันระดับการลดจุลินทรีย์หรือจำนวนวันที่จะยืดได้ แต่เป็นข้อมูลสำหรับตัดสินใจว่าจะไปต่อหรือไม่

ขั้นที่สามคือการออกแบบกระบวนการและเครื่องตามอัตราการไหลของผลผลิตและผังสายการผลิต (production line) จริง พร้อมคู่มือปฏิบัติงานและการฝึกอบรมทีม

การตรวจสอบประสิทธิภาพดำเนินการโดย VISBIO บริษัทในเครือที่ทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบอิสระ ครอบคลุมระดับการลดจุลินทรีย์เป้าหมาย การประเมินด้านประสาทสัมผัส การศึกษาอายุการเก็บรักษา (shelf life) และการประเมินคุณภาพทางโภชนาการ การแยกบทบาทระหว่างผู้ส่งมอบเทคโนโลยีกับผู้ตรวจสอบผล ทำให้เอกสารที่ได้ใช้ชี้แจงต่อผู้ซื้อและหน่วยงานกำกับดูแล (regulator) ได้

ในระบบความปลอดภัยอาหาร ขั้นตอนพลาสมาสามารถกำหนดเป็นจุดควบคุมวิกฤตในระบบ HACCP และออกแบบให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตของโรงงานผู้ใช้ได้

พลาสมาผ่านวัสดุบรรจุภัณฑ์แบบตาข่าย

พลาสมาผ่านวัสดุบรรจุภัณฑ์แบบตาข่าย

สรุป ห้าข้อก่อนตัดสินใจ

ห้าข้อที่ควรจำก่อนตัดสินใจ

  • ปัญหาของการล้างคลอรีนไม่ได้อยู่ที่ประสิทธิภาพ แต่อยู่ที่สิ่งที่ตามมาหลังการล้าง
  • พลาสมาเย็นลดจุลินทรีย์บนผิวผลผลิตโดยไม่เพิ่มสารตกค้าง และแทรกเข้าไปในสายพาน (conveyor) เดิมได้
  • ผิวผลผลิตไม่ได้เรียบ มีทั้งส่วนนูน ส่วนเว้า ขั้ว และร่อง ผลจึงไม่เท่ากันทุกจุด งานปี 2020 ของ รศ.ดร.ศิวพล อธิบายเรื่องนี้ไว้ตรง ๆ
  • ไม่มีตัวเลขกลางว่ายืดอายุได้กี่วัน ขึ้นกับชนิดผลผลิต เงื่อนไขที่ใช้ และระบบความเย็นตลอดห่วงโซ่ (cold chain)
  • เริ่มจากวัดค่าตั้งต้นของผลผลิตจริง ทั้งปริมาณจุลินทรีย์ ความชื้นที่ผิว และคุณภาพด้านประสาทสัมผัส

คำถามที่พบบ่อย

ยืดอายุผักได้กี่วัน

ไม่มีตัวเลขกลาง ระยะเวลาที่ยืดได้ขึ้นอยู่กับชนิดผลผลิต ปริมาณจุลินทรีย์ตั้งต้น เงื่อนไขที่ใช้ และที่สำคัญที่สุดคือการควบคุมอุณหภูมิตลอดห่วงโซ่หลังบำบัด การบำบัดที่ดีตามด้วยการขนส่งที่อุณหภูมิไม่คงที่ จะไม่ให้ผลตามที่ทดสอบไว้

พลาสมาเย็นทำให้ผักช้ำหรือเปลี่ยนรสไหม

เพราะเป็นกระบวนการที่ไม่ใช้ความร้อน จึงไม่ก่อความเสียหายแบบการลวก แต่การให้พลังงานมากเกินไปหรือนานเกินไปสามารถกระทบสี กลิ่น และเนื้อสัมผัสได้ การประเมินด้านประสาทสัมผัสจึงต้องทำควบคู่กับการวัดการลดจุลินทรีย์เสมอ ไม่ใช่ดูแต่ตัวเลขเชื้อ

ใช้แทนการล้างได้เลยหรือต้องล้างด้วย

ในหลายกรณีการล้างยังจำเป็นเพื่อกำจัดดินและเศษวัสดุที่ติดมา พลาสมาเย็น (Cold Plasma) ทำหน้าที่ลดจุลินทรีย์ ไม่ใช่ทำความสะอาดเชิงกายภาพ การออกแบบจึงมักเป็นการวางพลาสมาไว้หลังขั้นตอนล้างและผึ่ง มากกว่าการตัดขั้นตอนล้างทิ้ง

ใช้กับผักอินทรีย์ได้หรือไม่

พลาสมาเย็นเป็นวิธีการบำบัดทางกายภาพที่ไม่เติมสารเข้าสู่ผลิตภัณฑ์ จึงเข้ากันได้กับกรอบเกษตรอินทรีย์ส่วนใหญ่ แต่การยืนยันขั้นสุดท้ายขึ้นอยู่กับหน่วยรับรองที่ดูแลใบรับรองของแต่ละราย ควรหารือก่อนนำเข้าสายการผลิตจริง

Cold Plasma Food Processing กับ Plasma Sterilization ต่างกันอย่างไร

ในเอกสารภาษาอังกฤษ Cold Plasma Food Processing เป็นคำกว้างที่ครอบคลุมการใช้พลาสมาในกระบวนการอาหารทั้งหมด ส่วน Plasma Sterilization เน้นเฉพาะการลดจุลินทรีย์ ในทางปฏิบัติของโรงงานอาหาร สิ่งที่ทำได้คือการลดจำนวนจุลินทรีย์ลงตามระดับที่กำหนด ไม่ใช่การทำให้ปลอดเชื้อสมบูรณ์แบบอุปกรณ์การแพทย์

คุยโจทย์ของคุณกับทีม TIBD

ถ้าโรงคัดบรรจุหรือสายผักผลไม้ตัดแต่งของคุณกำลังหาทางลดการพึ่งคลอรีน เริ่มจากคุยว่าจุดไหนของสายเป็นคอขวดจริง ๆ ก่อน

TIBD ทำงานร่วมกับนักวิจัยและเจ้าของเทคโนโลยี เพื่อให้งานวิจัยเดินต่อจากห้องปฏิบัติการไปถึงสายการผลิตจริง สิ่งแรกที่เราทำคือประเมินร่วมกันว่าโจทย์ของคุณเหมาะกับเทคโนโลยีนี้จริงหรือไม่ ถ้าประเมินแล้วไม่เหมาะ เราจะบอกตั้งแต่ต้น

ทักไลน์ @tibdglobal หรือกรอกแบบฟอร์มที่ tibdglobal.com/contact แล้วเล่าโจทย์ในกระบวนการของคุณมาได้เลย

โลโก้ LINE

อ่านต่อ

← กลับหน้าหลัก Cold Plasma · บริการพลาสมาเย็น · ติดต่อทีมงาน

แหล่งข้อมูล

Srisonphan, Ruangwong และ Thammaniphit (2020) Plasma Chemistry and Plasma Processing 40, 1253–1265 · Ziuzina และคณะ (2013) Journal of Applied Microbiology DOI: 10.1111/jam.12087 · Baier และคณะ (2014) Food Control · Lacombe และคณะ (2015) Journal of Food Protection · Bourke, Ziuzina, Han, Cullen และ Gilmore (2017) Journal of Applied Microbiology · Misra, Schlüter และ Cullen (บรรณาธิการ, 2016) Cold Plasma in Food and Agriculture: Fundamentals and Applications, Academic Press · กรอบมาตรฐาน: Codex Alimentarius CAC/RCP 53-2003, EU Regulation 1333/2008, EU Organic Regulation 2018/848, USDA NOP 7 CFR 205.601, US FDA 21 CFR Part 173 · ข้อมูลการสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยวจากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ · งานวิจัยพลาสมาเย็นในประเทศไทยโดย รศ.ดร.ศิวพล ศรีสนพันธุ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

เกี่ยวกับ TIBD

บริษัท ทีไอบีดี จำกัด ทำงานร่วมกับนักวิจัยและเจ้าของเทคโนโลยี เพื่อให้งานวิจัยเดินต่อจากห้องปฏิบัติการไปสู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม ตั้งแต่การประเมินความเป็นไปได้ การออกแบบการทดสอบ การสร้างต้นแบบ ไปจนถึงการขยายขนาด (scale-up) การผลิต โดยมี VISBIO บริษัทในเครือทำหน้าที่ตรวจสอบประสิทธิภาพอย่างเป็นอิสระ สำนักงานตั้งอยู่ที่สถาบันผลิตผลเกษตรฯ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน