พลาสมาเย็นคืออะไร บทสัมภาษณ์ รศ.ดร.ศิวพล ศรีสนพันธุ์
สัมภาษณ์และเรียบเรียง ดร.วุฒิพงษ์ ผาณิตเศรษฐกร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีไอบีดี จำกัด · บันทึกเมื่อ 11 กันยายน 2568
บทสนทนากับ รศ.ดร.ศิวพล ศรีสนพันธุ์ ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ว่าด้วยเทคโนโลยีพลาสมาเย็น การใช้งานในภาคเกษตรและอาหาร และคำถามข้อเดียวที่เขาถือติดตัวมาสิบกว่าปี
พลาสมาเย็น (Cold Plasma) คือสถานะที่สี่ของสสารที่ถูกทำให้เกิดขึ้นได้ที่อุณหภูมิใกล้อุณหภูมิห้อง ทำให้สามารถนำไปสัมผัสกับเมล็ดพันธุ์ ผักผลไม้สด และผิวหนังได้โดยไม่ทำให้เกิดความร้อนทำลาย ขณะที่ยังคงฤทธิ์ทางเคมีในการลดจุลินทรีย์และปรับสภาพพื้นผิวไว้ครบ
เทคโนโลยีนี้ถูกพูดถึงในระดับโลกมานาน แต่คนไทยแทบไม่เคยได้ใช้จริง ไม่ใช่เพราะมันไม่ได้ผล แต่เพราะต้นทุนของเครื่องมือสูงเกินกว่าจะเอื้อมถึง
รศ.ดร.ศิวพล ศรีสนพันธุ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ใช้เวลาสิบกว่าปีกับคำถามข้อเดียว และคำตอบของเขาวันนี้กำลังถูกนำไปใช้กับเมล็ดพันธุ์ ผักผลไม้สด และกระบวนการผลิตที่ต้องการลดการพึ่งพาสารเคมี
พลาสมาเย็น (Cold Plasma) คืออะไร อธิบายแบบไม่ต้องใช้สมการ
สสารที่เราคุ้นเคยมีสามสถานะ คือของแข็ง (solid) ของเหลว (liquid) และแก๊ส (gas) เมื่อให้พลังงานกับแก๊สมากพอจนอิเล็กตรอน (electron) หลุดออกจากอะตอม (atom) แก๊สนั้นจะเปลี่ยนเป็นสถานะที่สี่ที่เรียกว่าพลาสมา (plasma)
ในธรรมชาติเราพบพลาสมาได้ในดวงอาทิตย์ ในสายฟ้า และในแสงเหนือ (aurora) ซึ่งล้วนมีอุณหภูมิสูงมาก
พลาสมาเย็นหรือพลาสมาแบบไม่ใช้ความร้อน (Non-thermal Plasma) คือการทำให้สถานะเดียวกันนั้นเกิดขึ้นที่อุณหภูมิใกล้อุณหภูมิห้อง หลักการคือเร่งเฉพาะอิเล็กตรอนซึ่งมีมวลน้อยมากให้มีพลังงานสูง ในขณะที่อนุภาคหนักอย่างโมเลกุล (molecule) ของแก๊สยังคงเย็นอยู่ ผลคือเราได้ปฏิกิริยาเคมี (chemical reaction) ที่ว่องไว โดยที่วัตถุที่ถูกสัมผัสไม่ร้อน

แสงสีม่วงคือพลาสมาที่เกิดขึ้นในอากาศที่ความดันปกติ วัตถุที่อยู่ติดกันไม่ร้อน
พลาสมาเย็นทำงานอย่างไร สี่ขั้น
- ตั้งต้นจากอากาศธรรมดา ไม่ต้องเติมสารเคมีเข้าไปในกระบวนการ
- ใช้สนามไฟฟ้าแรงสูง (high-voltage electric field) ทำให้อากาศแตกตัว เกิดอนุมูลออกซิเจนและไนโตรเจนที่ว่องไว (RONS)
- อนุมูลเหล่านั้นทำปฏิกิริยาที่พื้นผิวของเป้าหมาย ทั้งลดจุลินทรีย์ (microorganisms) และเปลี่ยนสภาพผิว
- เมื่อออกฤทธิ์เสร็จ อนุมูลจะสลายตัวกลับเป็นอากาศตามเดิม ไม่ตกค้างสะสม
เพราะพลาสมาเย็นเกิดที่ความดันบรรยากาศปกติ (atmospheric pressure) จึงไม่จำเป็นต้องใช้ระบบสุญญากาศ (vacuum system) ราคาสูงแบบที่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ (semiconductor) ใช้ ข้อนี้เองที่ทำให้มันเริ่มออกจากห้องแล็บได้
คำถามที่ตั้งไว้เมื่อสิบกว่าปีก่อน
เส้นทางของ รศ.ดร.ศิวพล ไม่ได้เริ่มจากการเกษตร แต่เริ่มจากชิป (chip)
หลังจบวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Engineering)จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง (First-Class Honours) เขาได้รับทุนกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปเรียนต่อปริญญาโทที่ University of Texas at Austin และปริญญาเอกด้านวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ที่ University of Pittsburgh สหรัฐอเมริกา
สาขาที่เขาทำคือนาโนอิเล็กทรอนิกส์ (Nanoelectronics) ซึ่งเป็นระดับเดียวกับที่ใช้สร้างซีพียู (CPU) และการ์ดจอ (GPU) ผลงานชิ้นหนึ่งของเขาได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Nature Nanotechnology ว่าด้วยทรานซิสเตอร์ (transistor) ที่มีช่องสุญญากาศ (vacuum channel) อยู่ภายใน
แล้วเขาก็กลับบ้าน
“พอกลับมาถึงเมืองไทย เราพบว่าหนึ่งในเทคโนโลยีที่เข้าถึงยากที่สุดคือพลาสมา เพราะมันต้องใช้งบประมาณค่อนข้างสูง ก็เลยเป็นโจทย์ให้กับเราเมื่อสักสิบกว่าปีที่แล้วว่า เราจะทำยังไงให้เทคโนโลยีพลาสมาเข้าถึงได้ง่าย ใช้งานได้ง่าย”
— รศ.ดร.ศิวพล ศรีสนพันธุ์
คำถามข้อนั้นยังเป็นคำถามเดิมจนถึงวันนี้ ต่างกันตรงที่คำตอบเปลี่ยนไปแล้ว
ทำไมถึงเลือกแล็บที่ต้องสร้างเครื่องมือเอง
สิ่งที่น่าสนใจคือเขาเตรียมรับมือกับปัญหานี้ไว้ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ ตอนเลือกมหาวิทยาลัยสำหรับปริญญาเอก เขาไม่ได้เลือกแล็บที่มีเครื่องมือพร้อมที่สุด แต่เลือกแล็บที่ต้องสร้างเครื่องมือขึ้นมาเองทั้งหมด
“ผมอยากไปเรียนในแล็บที่สร้างทุกอย่างขึ้นมาเองจากศูนย์ เพราะผมมองแล้วว่าเมื่อกลับเมืองไทย เราอาจต้องสร้างอุปกรณ์เอง เพื่อเอามาทำงานวิจัยอีกทีหนึ่ง”
เป็นการตัดสินใจที่มองข้ามช็อตไปไกลมาก และกลายเป็นว่าเขาคิดถูก
“พอเรากลับมาเมืองไทย เราไม่มีอะไรเลย ไม่มีสิ่งที่เราเรียนมาเลย เราทำอะไรไม่ได้ เราก็ใช้เวลานั่งมอง มองอุปกรณ์รอบข้าง แล้วถอยหลังลงมาดูว่าเรามีอะไรบ้างที่เราทำได้”
สิ่งที่เขาทำได้ คือพลาสมาที่เกิดจากการคายประจุไฟฟ้า (electrical discharge) ในอากาศธรรมดา และนั่นกลายเป็นงานที่ทำให้คนรู้จักเขา

หัวกำเนิดพลาสมาหลายหัวทำงานพร้อมกัน หนึ่งในวิธีตอบโจทย์เรื่องปริมาณ
Cold Plasma ใช้ทำอะไรได้บ้าง
คำตอบสั้นที่สุดคือ ใช้ได้กับทั้งสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต ตั้งแต่ระดับเซลล์ไปจนถึงระดับสายการผลิต (production line)
“ถ้าเรามองพลาสมาเป็นเครื่องมือ เราจะออกแบบและใช้มันยังไง เพื่อทดแทนสิ่งที่เป็นปัญหาอยู่ตอนนี้ หรือทำในสิ่งที่เทคโนโลยีปัจจุบันให้ไม่ได้”
เมล็ดพันธุ์และการเพาะปลูก (Plasma Seed Treatment)
พลาสมาเย็นถูกใช้ปรับสภาพผิวเมล็ดให้ดูดซับน้ำได้ดีขึ้น ซึ่งส่งผลต่อความสม่ำเสมอของการงอก (germination) พร้อมกับลดเชื้อที่ติดมากับผิวเมล็ด โดยไม่ต้องคลุกสารเคมี งานกลุ่มนี้เป็นงานที่ทีมวิจัยไทยทำมาต่อเนื่องหลายปีและมีผลงานตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติ

ชุดหัวพลาสมายิงลงเมล็ดที่เคลื่อนผ่านบนสายพาน เป็นการทดสอบในระดับที่ใหญ่กว่าจานทดลอง
ความปลอดภัยอาหารและการยืดอายุผักผลไม้สด
ในอุตสาหกรรมอาหาร พลาสมาเย็นถูกใช้ลดจุลินทรีย์บนผิววัตถุดิบและบนบรรจุภัณฑ์ (packaging) จุดเด่นคือเป็นกระบวนการที่ไม่ใช้ความร้อน จึงไม่ทำลายคุณภาพของอาหารสด และไม่ทิ้งสารตกค้าง (residue)แบบการใช้สารเคมีฆ่าเชื้อ
การลดจำนวนจุลินทรีย์บนผิวผลผลิตมีผลต่อการชะลอการเน่าเสีย จึงเป็นเหตุผลที่กลุ่มงานนี้ถูกเรียกในเอกสารต่างประเทศว่า cold plasma food processing และถูกนำไปทดสอบกับโจทย์การยืดอายุผักผลไม้สดในหลายประเทศ

หัวพลาสมาแบบพกพาทดสอบกับผิวสตรอว์เบอร์รี ผลไม้ไม่ร้อนขึ้นระหว่างการทดสอบ
พื้นผิววัสดุและบรรจุภัณฑ์
กับสิ่งไม่มีชีวิต เช่น แก้ว โลหะ และพลาสติก พลาสมาเย็นถูกใช้ทำความสะอาดและปรับสภาพพื้นผิวก่อนเข้าสู่ขั้นตอนถัดไป เช่น การพิมพ์ การเคลือบ หรือการติดกาว ทำให้ยึดเกาะได้ดีขึ้นโดยไม่ต้องใช้ตัวทำละลาย (solvent)
งานด้านผิวและการแพทย์
รศ.ดร.ศิวพล เล่าว่าจุดสนใจแรกของเขาไม่ใช่การเกษตรด้วยซ้ำ เมื่อราวสิบปีก่อนเขาอ่านงานวิจัยจากประเทศเยอรมนีที่พบว่าพลาสมาเย็นสามารถทำให้ไวรัส (virus) หมดฤทธิ์ได้ ต่อมาก็พบว่าจัดการแบคทีเรีย (bacteria) ได้เช่นกัน และงานวิจัยทางการแพทย์ในต่างประเทศก็เริ่มนำไปใช้กับการดูแลบาดแผลบางประเภท
สิ่งที่ทำให้เขาสนใจเป็นพิเศษคือคุณสมบัติที่เรียกว่าการเลือกทำลาย (selectivity) คือออกฤทธิ์กับเป้าหมายบางชนิดได้โดยไม่ทำลายสิ่งรอบข้างไปทั้งหมด

ทดสอบหัวพลาสมาแบบพกพากับผิวหนัง งานกลุ่มนี้ยังอยู่ในขั้นวิจัย ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนแล้ว
คำศัพท์พลาสมาเย็น ไทย–อังกฤษ ที่ควรรู้ก่อนค้นข้อมูลต่อ
เรื่องนี้มีคำเรียกหลายคำ ทั้งไทยและอังกฤษ และเอกสารแต่ละแหล่งก็ใช้ไม่เหมือนกัน ตารางนี้จับคู่ให้เห็นว่าคำไหนหมายถึงอะไร เพื่อให้ค้นงานวิจัยและเอกสารทางเทคนิคต่อได้ถูกคำ
| คำไทย | คำอังกฤษที่ใช้ค้น | หมายถึงอะไร |
|---|---|---|
| พลาสมาเย็น | Cold Plasma | พลาสมาที่เกิดขึ้นที่อุณหภูมิใกล้อุณหภูมิห้อง จึงสัมผัสสิ่งมีชีวิตได้ |
| พลาสมาแบบไม่ใช้ความร้อน | Non-thermal Plasma (NTP) | คำทางวิชาการที่หมายถึงสิ่งเดียวกันกับพลาสมาเย็น |
| พลาสมาที่ความดันบรรยากาศ | Atmospheric Pressure Plasma | พลาสมาที่ไม่ต้องใช้ระบบสุญญากาศ จึงติดตั้งในสายการผลิตได้ |
| น้ำพลาสมา | Plasma Activated Water (PAW) | น้ำที่ผ่านการกระตุ้นด้วยพลาสมาจนมีฤทธิ์ลดจุลินทรีย์ |
| การปรับสภาพเมล็ดด้วยพลาสมา | Plasma Seed Treatment / Seed Priming | การใช้พลาสมากับเมล็ดพันธุ์เพื่อการงอกและการลดเชื้อที่ผิวเมล็ด |
| การลดจุลินทรีย์ด้วยพลาสมา | Plasma Sterilization | การลดจุลินทรีย์ด้วยพลาสมาโดยไม่ใช้ความร้อนและไม่เติมสารเคมี |
| พลาสมาในกระบวนการอาหาร | Cold Plasma Food Processing | การใช้พลาสมาในสายการผลิตอาหารและกับบรรจุภัณฑ์ |
| การคายประจุผ่านแผ่นฉนวน | Dielectric Barrier Discharge (DBD) | รูปแบบการกำเนิดพลาสมาที่ใช้แผ่นฉนวนกั้น เหมาะกับของแข็งและเมล็ด |
| อาร์กเคลื่อนตัว | Gliding Arc | รูปแบบการกำเนิดพลาสมาที่ให้กำลังสูงกว่า เหมาะกับของเหลวและแก๊ส |
นวัตกรรมเชิงกระบวนการ ไม่ใช่นวัตกรรมเชิงผลิตภัณฑ์
เมื่อถามว่างานที่ทำอยู่เป็นนวัตกรรมแบบไหน เขาตอบชัดว่าปัจจุบันเป็นนวัตกรรมเชิงกระบวนการ (process innovation) มากกว่า ไม่ใช่นวัตกรรมเชิงผลิตภัณฑ์ (product innovation)
พลาสมาคือกระบวนการหนึ่งที่เข้าไปอยู่ในสายการผลิต เพื่อทำให้ผลิตภัณฑ์ปลายทางมีมูลค่ามากขึ้น หรือทำให้เกิดผลิตภัณฑ์แบบใหม่ที่เดิมทำไม่ได้ และในบางกรณี ตัวกระบวนการเองก็กลายเป็นผลิตภัณฑ์ได้ เช่น ของเหลวที่ผ่านการกระตุ้นด้วยพลาสมา
ความแตกต่างข้อนี้สำคัญสำหรับผู้ประกอบการ เพราะมันหมายความว่าการนำพลาสมาเย็นมาใช้ ไม่จำเป็นต้องรื้อผลิตภัณฑ์เดิมทิ้ง แต่เป็นการเพิ่มขั้นตอนหนึ่งเข้าไปในกระบวนการที่มีอยู่แล้ว
ปัญหาที่ยากที่สุดไม่ใช่วิทยาศาสตร์ แต่คือการขยายขนาด
ในห้องทดลอง เรื่องนี้พิสูจน์ได้ไม่ยาก แต่โจทย์จริงอยู่ถัดจากนั้น
“คำถามคือเราทำทีละสิบเมล็ด แต่เราพูดถึงเป็นหมื่นกิโลกรัม แล้วเราจะทำอย่างไร พลาสมาไม่กลัวการทำขนาดเล็ก แต่กลัวการทำขนาดใหญ่”
นี่คือช่องว่างที่งานวิจัยจำนวนมากไปไม่ถึงปลายทาง ไม่ใช่เพราะวิทยาศาสตร์ผิด แต่เพราะการขยายขนาด (scale-up) เป็นคนละโจทย์กับการพิสูจน์ว่ามันได้ผล และเป็นโจทย์ที่ต้องใช้ทั้งงบประมาณและวิศวกรรมคนละชุด
เขาเล่าว่าเมื่อห้าปีก่อน การผลิตของเหลวที่ผ่านการกระตุ้นด้วยพลาสมาในประเทศไทย ทำได้ทีละไม่กี่ลิตรก็ยากแล้ว ปัจจุบันทีมของเขาแก้โจทย์นี้ได้ด้วยการออกแบบระบบคายประจุไฟฟ้าแบบใหม่ และเริ่มส่งตัวอย่างให้ภาคเอกชนนำไปทดสอบจริง

พลาสมาที่จุดติดบนผิวน้ำโดยตรง คือวิธีทำน้ำพลาสมา (Plasma Activated Water)
“พลาสมาไม่ใช่ของวิเศษ”
สิ่งที่ทำให้บทสนทนานี้ต่างจากบทสัมภาษณ์นักวิจัยทั่วไป คือเขาไม่ได้ขายของ
เมื่อถามถึงสถานการณ์ของเทคโนโลยีนี้ในประเทศไทย เขาตอบตรงไปตรงมาว่าการนำออกไปใช้จริงในภาคอุตสาหกรรมยังยากและยังไกลกว่าที่หลายคนเข้าใจ ทุนวิจัยที่มีอยู่มักพาไปได้แค่ขั้นวิจัยพื้นฐาน และงานวิจัยที่ได้ทุนมาก็ไม่ได้ตอบโจทย์ภาคเอกชนเสมอไป
เขาบอกว่าพลาสมาไม่ใช่สิ่งวิเศษที่ตอบได้ทุกโจทย์ เงื่อนไขที่เหมาะกับอุตสาหกรรมหนึ่งอาจใช้กับอีกอุตสาหกรรมไม่ได้เลย สิ่งสำคัญที่สุดจึงเป็นการเลือกใช้ให้เหมาะกับผลิตภัณฑ์และกระบวนการนั้นจริง ๆ
ในต่างประเทศ ทั้งสหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น เริ่มเห็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีนี้ออกสู่ตลาดแล้ว ส่วนประเทศไทยยังอยู่ในช่วงตั้งต้น แต่เขามองว่าเป็นช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกัน และตอนนี้อยู่ที่ว่าใครจะจับคู่เทคโนโลยีกับโจทย์ได้ถูกก่อนกัน
สิ่งที่เขาอยากได้ ไม่ใช่ทุนวิจัย
เมื่อถามว่าอยากฝากอะไรถึงผู้ประกอบการ คำตอบไม่ใช่สิ่งที่คาดไว้
“เราเองไม่ได้เป็นผู้รู้ทั้งหมด และเราก็ไม่ได้เก่งทั้งหมด โจทย์จากผู้ประกอบการเป็นสิ่งที่เราสนใจมาก”
— รศ.ดร.ศิวพล ศรีสนพันธุ์
สิ่งที่เขาบอกว่าอยากได้จริง ๆ คือโมเดลธุรกิจ (business model) เพราะงานวิจัยที่จะยั่งยืนต้องเดินไปพร้อมกับผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ที่แข็งแรงมาจากงานวิจัยที่แข็งแรง และงานวิจัยจะแข็งแรงต่อเนื่องได้ก็ต่อเมื่อมันมีปลายทางจริง
กลุ่มอุตสาหกรรมที่เขาสนใจที่สุดคืออาหารและการเกษตร ด้วยเหตุผลง่าย ๆ ว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ของประเทศนี้
คำถามเดิม คำตอบใหม่
“อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ต้องใช้ระบบสุญญากาศ ซึ่งแพงมาก แต่ตัวที่เราสนใจตอนนี้ไม่ต้องใช้สุญญากาศ เปิดเครื่องมาใช้ได้เลย อยู่บนสายพานก็ได้ ถือด้วยมือก็ได้”
นั่นคือคำตอบของคำถามที่เขาถือติดตัวมาตลอดสิบกว่าปี และเป็นเหตุผลที่เทคโนโลยีนี้เริ่มออกจากห้องแล็บได้จริงในวันนี้

ไม่ต้องใช้ระบบสุญญากาศ จึงวางไว้เหนือสายพานในสายการผลิตได้
สรุป ห้าข้อที่เอาไปใช้ต่อได้
ถ้าย่อบทสนทนาสี่สิบห้านาทีให้เหลือเฉพาะสิ่งที่ผู้ประกอบการเอาไปตัดสินใจต่อได้จริง เหลืออยู่ห้าข้อ
ห้าข้อที่ควรจำจากบทสนทนานี้
- พลาสมาเย็นคือสถานะที่สี่ของสสารที่ทำให้เกิดได้ที่อุณหภูมิใกล้อุณหภูมิห้อง จึงสัมผัสเมล็ดพันธุ์ อาหารสด และผิวหนังได้โดยไม่ทำลายด้วยความร้อน
- จุดเปลี่ยนไม่ได้อยู่ที่ตัวเทคโนโลยี แต่อยู่ที่การทำให้มันไม่ต้องใช้ระบบสุญญากาศ ต้นทุนจึงลดลงมาถึงระดับที่ติดตั้งในสายการผลิตจริงได้
- มันเป็นนวัตกรรมเชิงกระบวนการ คือเพิ่มขั้นตอนหนึ่งเข้าไปในกระบวนการเดิม ไม่ต้องรื้อผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ทิ้ง
- ด่านที่ยากที่สุดคือการขยายขนาด ไม่ใช่การพิสูจน์ว่ามันได้ผล และเป็นคนละโจทย์กับงานวิจัยพื้นฐาน
- พลาสมาไม่ใช่คำตอบของทุกโจทย์ เงื่อนไขที่ได้ผลกับอุตสาหกรรมหนึ่งอาจใช้กับอีกอุตสาหกรรมไม่ได้ จึงต้องเริ่มจากโจทย์ ไม่ใช่เริ่มจากเครื่อง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพลาสมาเย็น
พลาสมาเย็นต่างจากพลาสมาทั่วไปอย่างไร
พลาสมาทั่วไปมีอุณหภูมิสูงมากจนใช้กับสิ่งมีชีวิตไม่ได้ ส่วนพลาสมาเย็นถูกออกแบบให้อนุภาคหนักยังคงเย็นอยู่ จึงสัมผัสกับเมล็ดพันธุ์ อาหาร และผิวหนังได้โดยไม่เกิดความร้อนทำลาย
พลาสมาเย็นทิ้งสารตกค้างหรือไม่
อนุมูลที่เกิดขึ้นจากกระบวนการมีอายุสั้นและสลายตัวกลับเป็นอากาศตามเดิม จึงไม่สะสมแบบสารเคมีฆ่าเชื้อทั่วไป อย่างไรก็ตาม การนำไปใช้กับอาหารและเครื่องสำอางยังต้องผ่านการทดสอบและพิจารณาตามข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล (regulator)ในแต่ละกรณี
พลาสมาเย็นใช้แทนสารเคมีได้ทั้งหมดหรือไม่
ไม่ได้ทั้งหมด รศ.ดร.ศิวพล ย้ำเองว่าพลาสมาไม่ใช่คำตอบของทุกโจทย์ เงื่อนไขที่ได้ผลกับอุตสาหกรรมหนึ่งอาจใช้กับอีกอุตสาหกรรมไม่ได้ จึงต้องออกแบบและทดสอบเป็นรายกรณี
Cold Plasma ช่วยยืดอายุผักผลไม้สดได้จริงหรือไม่
งานวิจัยทั้งในไทยและต่างประเทศรายงานว่าการลดจำนวนจุลินทรีย์บนผิวผลผลิตช่วยชะลอการเน่าเสียได้ ซึ่งมีผลต่ออายุการเก็บรักษา (shelf life) แต่ระยะเวลาที่ยืดได้ขึ้นอยู่กับชนิดของผลผลิต เงื่อนไขที่ใช้ และระบบความเย็นตลอดห่วงโซ่ (cold chain) จึงต้องทดสอบกับผลผลิตจริงของแต่ละราย ไม่มีตัวเลขกลางที่ใช้ได้กับทุกกรณี
พลาสมาเย็นกับน้ำพลาสมา (Plasma Activated Water) ต่างกันอย่างไร
พลาสมาเย็นคือตัวกระบวนการ ส่วนน้ำพลาสมาคือของเหลวที่ผ่านกระบวนการนั้นมาแล้ว ข้อดีของน้ำพลาสมาคือนำไปใช้กับขั้นตอนที่มีน้ำอยู่แล้ว เช่น การล้างหรือการแช่ ได้โดยไม่ต้องติดตั้งเครื่องกำเนิดพลาสมาไว้ที่จุดใช้งาน แลกกับข้อจำกัดว่าฤทธิ์ของมันลดลงตามเวลา
ผู้ประกอบการเริ่มต้นอย่างไร
เริ่มจากการระบุโจทย์ให้ชัดว่าปัญหาอยู่ตรงไหนของกระบวนการ แล้วจึงประเมินร่วมกันว่าพลาสมาเย็นเหมาะกับโจทย์นั้นหรือไม่ ก่อนออกแบบการทดสอบในขนาดเล็กเพื่อพิสูจน์ผล แล้วค่อยวางแผนขยายขนาด
มีโจทย์อยู่ในมือแล้ว เริ่มอย่างไร
สิ่งที่ รศ.ดร.ศิวพล บอกว่าอยากได้จากภาคเอกชนไม่ใช่ทุนวิจัย แต่คือโจทย์จริงจากสายการผลิตจริง และนั่นคือช่วงที่ TIBD ทำงานพอดี คือช่วงที่งานวิจัยต้องเดินต่อไปเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขายได้
ถ้าในกระบวนการผลิตของคุณมีจุดที่ยังต้องพึ่งสารเคมีหรือความร้อน แล้วอยากรู้ว่าพลาสมาเย็นเข้าไปแทนที่ได้หรือไม่ เริ่มจากสามขั้นนี้ก่อน
เริ่มจากสามขั้น
- ระบุโจทย์ให้ชัดว่าปัญหาอยู่ตรงไหนของกระบวนการ ไม่ใช่เริ่มจากคำถามว่าอยากใช้เทคโนโลยีอะไร
- ประเมินร่วมกันว่าพลาสมาเย็นเหมาะกับโจทย์นั้นจริงหรือไม่ ก่อนลงทุนอะไรเพิ่ม
- ออกแบบการทดสอบขนาดเล็กเพื่อพิสูจน์ผลก่อน แล้วจึงวางแผนขยายขนาด
อ่านต่อ
- พลาสมาเย็นกับเมล็ดข้าว ทำไมเมล็ดที่ผ่านพลาสมาถึงดูดน้ำได้เร็วขึ้น และงานวิจัยรายงานผลไว้แค่ไหน
- Plasma Innovation คว้า Grand Winner TECH PLANTER 2026 รางวัลจากเวทีระดับภูมิภาค ด้วยเทคโนโลยีน้ำพลาสมา
- ยืดอายุผักผลไม้สดด้วยพลาสมาเย็น ลดจุลินทรีย์หลังการเก็บเกี่ยว โดยไม่เพิ่มสารตกค้าง
← กลับหน้าหลัก Cold Plasma · บริการพลาสมาเย็น · ติดต่อทีมงาน
แหล่งข้อมูล
เนื้อหาเรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ รศ.ดร.ศิวพล ศรีสนพันธุ์ ความยาว 45 นาที บันทึกเมื่อ 11 กันยายน 2568 · ประวัติการศึกษาและผลงานตีพิมพ์อ้างอิงจากประวัติย่อของผู้วิจัยและเว็บไซต์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ · คำอธิบายเชิงหลักการเรียบเรียงจากเอกสารทางเทคนิคของทีมวิจัย ตัวเลขเชิงผลลัพธ์ที่ยังไม่มีรายงานรองรับถูกตัดออกโดยเจตนา
เกี่ยวกับ TIBD
บริษัท ทีไอบีดี จำกัด ทำงานร่วมกับนักวิจัยและเจ้าของเทคโนโลยี เพื่อให้งานวิจัยเดินต่อจากห้องปฏิบัติการไปสู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม ตั้งแต่การพัฒนาสารออกฤทธิ์ การสร้างต้นแบบ การทดสอบพิสูจน์ ไปจนถึงการขยายขนาดการผลิตและการออกสู่ตลาด สำนักงานตั้งอยู่ที่สถาบันผลิตผลเกษตรฯ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน
ถ้อยคำในเครื่องหมายคำพูดมาจากบทสัมภาษณ์ บันทึกเมื่อ 11 กันยายน 2568
