การ หมักเร่งด้วยพลาสมา คือการ ใช้พลาสมาเย็นเป็นตัวกระตุ้นเชิงกายภาพในระบบหมัก เพื่อให้จุลินทรีย์ (microorganisms) เปลี่ยนพฤติกรรมการสร้างสาร และผลิตสารออกฤทธิ์รองในปริมาณหรือชนิดที่ต่างจากการ หมักปกติ โดยไม่ต้องเติมสารเคมีเข้าไปในถังหมัก
หลักคิดเบื้องหลังเรียบง่าย จุลินทรีย์ตอบสนองต่อความเครียด เมื่อเจอสภาวะที่กดดันในระดับที่ไม่ถึงกับตาย มันจะเปิดเส้นทางการสร้างสารที่ปกติไม่เปิด พลาสมาเย็น (Cold Plasma) ทำหน้าที่เป็นความเครียดชนิดหนึ่งที่ปรับความแรงได้และไม่ทิ้งสารตกค้าง (residue)
บทความนี้สรุปว่างานวิจัยไปถึงไหน อะไรที่ยังต้องพิสูจน์ และเส้นทางขึ้นทะเบียนของ สารออกฤทธิ์รุ่นใหม่ที่ได้จากวิธีนี้
01 ทำไมตลาดถึงสนใจสารจากการ หมัก
สารออกฤทธิ์กลุ่มโพสต์ไบโอติกที่ผลิตจากการ หมักของ จุลินทรีย์ เป็นหนึ่งในกลุ่มที่โตเร็วที่สุดในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แบรนด์ระดับโลกหลายรายนำสารกลุ่มนี้เข้าสู่ผลิตภัณฑ์พรีเมียม โดยอ้างถึงประโยชน์ต่อสมดุลของ ผิวและการซ่อมแซมเกราะป้องกันผิว
สิ่งที่ทำให้สารกลุ่มนี้ขายได้คือมันรวมสองอย่าง ที่มักไม่ค่อยมาด้วยกัน คือหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ของ กลไกการ ออกฤทธิ์ที่ตรวจวัดได้ กับเรื่องเล่าเชิงธรรมชาติของ กระบวนการ หมักที่ผู้บริโภคยอมรับได้ง่ายกว่าสารสังเคราะห์
ในเชิงนิยาม โพสต์ไบโอติกหมายถึงสารหรือชิ้นส่วนของ จุลินทรีย์ที่ไม่มีชีวิตแล้ว แต่ยังคงคุณสมบัติทางชีววิทยาที่เป็นประโยชน์ ต่างจากโพรไบโอติกที่หมายถึงจุลินทรีย์ที่ยังมีชีวิตและต้องการเงื่อนไขการ เก็บที่เข้มงวด ความต่างข้อนี้สำคัญมากในทางปฏิบัติ เพราะโพสต์ไบโอติก (postbiotic) คงตัวกว่า ขึ้นทะเบียนง่ายกว่า และสำแดงประสิทธิภาพจากองค์ประกอบทางเคมีที่วัดได้
ช่องว่างที่ผู้พัฒนาในประเทศไทยเข้าถึงได้คือการพัฒนาโพสต์ไบโอติกจากเชื้อจุลินทรีย์ที่พบในท้องถิ่น หรือจากกระบวนการ หมักที่ผสานเทคโนโลยีการ กระตุ้น รุ่นใหม่เข้าไป ซึ่งเป็นจุดที่พลาสมาเย็นเข้ามามีบทบาท
02 พลาสมาเข้าไปอยู่ตรงไหนของ ระบบหมัก
มีสี่จุดที่ใส่พลาสมาเข้าไปได้ และแต่ละจุดให้ผลต่างกัน
จุดที่ใส่พลาสมา ทำอะไร เหมาะกับเป้าหมายแบบไหน กับเซลล์ก่อนเริ่มหมัก กระตุ้น การ ตอบสนองต่อความเครียดตั้งแต่ต้นต้องการเปลี่ยนพฤติกรรมของ เชื้อตลอดรอบการ หมัก กับอาหารเลี้ยงเชื้อก่อนเพาะ เปลี่ยนองค์ประกอบของ อาหารเลี้ยงเชื้อ ต้องการควบคุมสภาพแวดล้อมมากกว่าตัวเชื้อ ระหว่างการ เพาะ ให้ความเครียดเป็นจังหวะที่ควบคุมความถี่และความแรงได้ ต้องการเร่งสารเฉพาะ ในช่วงเวลาที่กำหนด ผ่านน้ำที่กระตุ้น ด้วยพลาสมา ส่งอนุภาคที่มีฤทธิ์เข้าสู่อาหารเลี้ยงเชื้อในความเข้มข้นที่คุมได้ ต้องการความเครียดที่กระจาย ตัวสม่ำเสมอโดยไม่แตะเซลล์โดยตรง
ความยากของ งานนี้อยู่ที่การ หาช่วงการทำงานที่พอดี กระตุ้น น้อยไปก็ไม่เกิดอะไร กระตุ้น มากไปเชื้อก็หยุดเจริญ และช่วงที่พอดีของ เชื้อแต่ละสายพันธุ์ก็ไม่เหมือนกัน
03 งานวิจัยรายงานอะไรไว้บ้าง
งานวิจัย แหล่งตีพิมพ์ สิ่งที่รายงาน Recek และคณะ (2018) Scientific Reports พลาสมาเย็นกับยีสต์ Saccharomyces cerevisiae ปรับเปลี่ยนเส้นทางเมแทบอลิซึมของ ไกลโคไลซิส และเพิ่มการแสดงออกของ เอนไซม์ (enzyme) เฮกโซไคเนส งานกลุ่มแบคทีเรียกรด แลกติก (2025) Probiotics and Antimicrobial Proteins สารออกฤทธิ์รองที่ปลดปล่อยภายใต้สภาวะเครียด ทั้งเพปไทด์ที่ซ่อนอยู่ในโปรตีน และกรด อินทรีย์ที่มีฤทธิ์ต้านการ อักเสบ งานกลุ่มพลาสมากับความเครียดจุลินทรีย์ (2024) Fermentation (MDPI) กลไกของ อนุภาคที่มีฤทธิ์ในการ กระตุ้น การ สร้างสารออกฤทธิ์รองในยีสต์ (yeast) และแบคทีเรีย (bacteria) หลายชนิด งานกลุ่มพลาสมากับการกลายพันธุ์ PLOS ONE การ ใช้พลาสมาแบบคายประจุผ่านแผ่นฉนวนกระตุ้น การกลายพันธุ์ ของ เห็ดหลินจือ เพื่อเพิ่มผลผลิตสารพอลิแซ็กคาไรด์ที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพ
ภาพรวมจากงานเหล่านี้คือ พลาสมาเย็นใช้ได้กับจุลินทรีย์หลายกลุ่ม แต่พารามิเตอร์ที่ให้ผลดีต้องออกแบบเฉพาะ สำหรับแต่ละชนิดและแต่ละเป้าหมาย ไม่มีสูตรกลาง
04 ทำไมยังเป็นงานวิจัย ไม่ใช่สารพร้อมขาย
สี่เรื่องที่ต้องผ่านก่อน ช่วงการทำงานที่เหมาะสมต่างกันตามสายพันธุ์ องค์ประกอบของ อาหารเลี้ยงเชื้อ (culture medium) ระยะการ เจริญที่ใส่พลาสมา และชนิดของ สารที่ต้องการ จึงต้องหาเฉพาะรายโครงการ การประเมินประสิทธิภาพของ สารที่ได้ต้องผ่านการทดสอบ ตัวชี้วัดหลายชุด ทั้งความมีชีวิต ของ เซลล์ ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ฤทธิ์ต้านการ อักเสบ และในบางกรณีต้องทดสอบในแบบจำลองผิวสามมิติ การ ขึ้นทะเบียนสารออกฤทธิ์รุ่นใหม่ต้องอาศัยแฟ้มข้อมูลความปลอดภัยที่สร้างจากชุดข้อมูลของ เฟสวิจัยอย่าง เป็นระบบ และบางกรณีต้องขอชื่อสากลใหม่การ ขยายขนาดการ หมักจากห้องปฏิบัติการ สู่ระดับนำร่องและระดับผลิต ต้องประเมินทางวิศวกรรมของ ถังหมักที่บูรณาการ กับระบบพลาสมา
การ ขยายขนาดในโครงการลักษณะนี้ TIBD ทำงานร่วมกับ K-API ซึ่งเป็นบริษัทในเครือที่มีขีดความสามารถด้านการ ขยายขนาด (scale-up ) การ หมักในประเทศไทย จึงลดเวลาที่มักหายไปกับการประสานงานระหว่างผู้รับเหมาหลายราย
การบำบัดวัตถุดิบด้วยพลาสมาในห้องปิด 05 เส้นทางขึ้นทะเบียนของ สารรุ่นใหม่
สารที่ได้จากกระบวนการ นี้ต้องเข้าสู่กรอบ กำกับดูแลของตลาดปลายทางแต่ละแห่ง
ในประเทศไทย พระราชบัญญัติ เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 และระเบียบของ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กำหนดให้สารใหม่ต้องจดแจ้งพร้อมข้อมูลความปลอดภัย
ในสหภาพยุโรป Regulation (EC) No 1223/2009 กำหนดให้มีรายงานความปลอดภัยของ ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็นข้อมูลพื้นฐาน ส่วนการ ขอชื่อสากลสำหรับสารกลุ่มเฟอร์เมนต์ที่ยังไม่มีในรายชื่อ ต้องดำเนินการผ่านหน่วยงานที่ดูแลระบบชื่อสากล
ในระดับมาตรฐานอุตสาหกรรม กรอบ ที่ผู้พัฒนาสูตรปลายน้ำใช้ประเมินส่วนผสมประกอบด้วย ISO 22716 ว่าด้วยหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตเครื่องสำอาง ISO 11930 ว่าด้วยการประเมินการป้องกันจุลินทรีย์ และ ISO 16128 ว่าด้วยนิยามและเกณฑ์ของ ส่วนผสมธรรมชาติและออร์แกนิก
การ ออกแบบโครงการวิจัยโดยคำนึงถึงเงื่อนไขเหล่านี้ตั้งแต่วันแรก ลดเวลาและต้นทุนในการเข้าสู่ตลาดได้มาก เพราะข้อมูลที่เก็บไว้ตั้งแต่ต้นจะใช้ได้ทันที แทนที่จะต้องย้อนกลับไปทำการทดสอบใหม่
06 กลไกที่พลาสมาไปกระทบจุลินทรีย์
ก่อนจะพูดถึงการ หมัก ต้องเข้าใจก่อนว่าพลาสมาทำอะไรกับเซลล์จุลินทรีย์ งานของ ทีม รศ.ดร.ศิวพล ศรีสนพันธุ์ ที่ศึกษาการ ลดเชื้อ Alternaria brassicicola (ตีพิมพ์ ACS Applied Materials & Interfaces ปี 2021) และเชื้อ Xanthomonas campestris (ACS Applied Bio Materials ปี 2024) แสดงว่าอนุภาคว่องไวที่เกิดขึ้นเข้าไปรบกวนผนังเซลล์และเยื่อหุ้มเซลล์ (cell membrane) ของ จุลินทรีย์โดยตรง
จุดสำคัญคือความแรงเป็นตัวกำหนดว่าผลจะออกมาทางไหน ที่ระดับสูงพอ ผลคือเซลล์ตาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องการในงานฆ่าเชื้อ แต่ที่ระดับต่ำกว่านั้น เซลล์ไม่ตายแต่เปลี่ยนการ ตอบสนอง และนั่นคือช่วงที่งานด้านการ หมักสนใจ การ ออกแบบจึงเป็นคนละทิศกับงานฆ่าเชื้อ ทั้งที่ใช้เครื่องมือชุดเดียวกัน
ตัวอย่างวัตถุดิบก่อนและหลังผ่านพลาสมา ชั่งน้ำหนักเทียบกัน 07 โครงการเดินอย่างไร
เริ่มจากการทบทวนวรรณกรรมและคัดเลือกสายพันธุ์จุลินทรีย์เป้าหมาย ครอบคลุมการทบทวนสารที่ต้องการ การประเมินสายพันธุ์ที่มีศักยภาพ และการ เลือกระบบหมักที่เหมาะกับเป้าหมาย
จากนั้นเข้าสู่การศึกษาเบื้องต้นในห้องปฏิบัติการ ทดสอบพารามิเตอร์ของ พลาสมาหลายชุด ติดตามการ เจริญของ เซลล์ภายใต้ความเครียด วิเคราะห์องค์ประกอบของ สารก่อนและหลังใส่พลาสมา และประเมินฤทธิ์เบื้องต้นในระบบเซลล์ผิวที่ปลูกในห้องปฏิบัติการ ผลที่ได้ไม่ใช่คำรับประกันคำกล่าวอ้างที่จะใช้บนฉลากของ คู่ค้า
เมื่อผลสนับสนุน จึงขยายขนาดการ หมักจากระดับขวดทดลองสู่ถังหมักขนาดเล็ก และต่อไปยังระดับนำร่องที่สอดคล้องกับขนาดการผลิตที่ต้องการ
การ ตรวจสอบตัวชี้วัดของ สารดำเนินการโดย VISBIO ในฐานะผู้ตรวจสอบอิสระ ครอบคลุมความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระ ฤทธิ์ต้านการ อักเสบผ่านการ วัดไซโตไคน์ (cytokine) ความมีชีวิต ของ เซลล์ และในกรณีที่เกี่ยวข้อง การประเมินผลต่อสมดุลของ จุลินทรีย์ผิวด้วยเทคนิคการ อ่านลำดับพันธุกรรม
08 สรุป สี่ข้อก่อนตัดสินใจ
สี่ข้อที่ควรจำก่อนตัดสินใจ แนวคิดของ งานกลุ่มนี้คือใช้พลาสมาเป็นความเครียดที่ควบคุมได้ เพื่อกระตุ้น จุลินทรีย์ให้สร้างสารออกฤทธิ์ มีรายงานว่าพลาสมาเย็นกับยีสต์ Saccharomyces cerevisiae ปรับเปลี่ยนเส้นทางเมแทบอลิซึมของ ไกลโคไลซิส และเพิ่มการแสดงออกของ เอนไซม์ เฮกโซไคเนส ช่วงการทำงานที่เหมาะสมต่างกันตามสายพันธุ์ องค์ประกอบของ อาหารเลี้ยงเชื้อ และระยะการ เจริญที่ใส่พลาสมา จึงต้องหาเฉพาะรายโครงการ สารที่ได้ต้องเข้าสู่กรอบ กำกับดูแลของตลาดปลายทางแต่ละแห่ง เรื่องนี้จึงยังเป็นงานวิจัย ไม่ใช่สารที่พร้อมขาย
09 คำถามที่พบบ่อย
พลาสมาทำให้จุลินทรีย์กลายพันธุ์หรือไม่
ขึ้นอยู่กับความแรงที่ใช้ ในระดับที่ใช้เป็นตัวกระตุ้นความเครียด เป้าหมายคือเปลี่ยนพฤติกรรมการสร้างสารโดยที่สายพันธุ์ยังเป็นสายพันธุ์เดิม ส่วนงานที่ตั้งใจให้เกิดการกลายพันธุ์ เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ใช้เงื่อนไขต่างออกไป และมีผลต่อการ ขึ้นทะเบียนที่ต่างกันด้วย จึงต้องกำหนดเป้าหมายให้ชัดตั้งแต่ต้น
สารที่ได้ต่างจากสารหมักทั่วไปอย่างไร
ต่างที่องค์ประกอบ ไม่ใช่ต่างที่ชื่อ การ เปลี่ยนสภาวะการ หมักทำให้สัดส่วนและชนิดของ สารที่ได้เปลี่ยนไป การพิสูจน์ความต่างจึงต้องวัดองค์ประกอบทางเคมีเปรียบเทียบกับการ หมักปกติ ไม่ใช่อ้างจากวิธีการที่ใช้
ใช้เวลานานแค่ไหน
ขึ้นอยู่กับจำนวนสายพันธุ์และจำนวนเงื่อนไขที่ต้องทดสอบ แต่โครงสร้างของ โครงการมีจุดตัดสินใจหลังการศึกษาเบื้องต้น เพื่อให้หยุดได้เร็วถ้าผลไม่สนับสนุน แทนที่จะผูกงบไว้ยาวตั้งแต่ต้น
เอาไปใช้กับอาหารได้ไหม ไม่ใช่แค่เครื่องสำอาง
หลักการเดียวกันใช้ได้ แต่กรอบ กำกับดูแลของ อาหารต่างจากเครื่องสำอางอย่าง มีนัยสำคัญ ทั้งข้อมูลความปลอดภัยที่ต้องมีและคำกล่าวอ้างที่ทำได้ การ ออกแบบโครงการจึงต้องกำหนดตลาดปลายทางให้ชัดตั้งแต่ต้น ไม่ใช่พัฒนาไปก่อนแล้วค่อยเลือก
10 คุยโจทย์ของ คุณกับทีม TIBD
ถ้าคุณกำลังมองหาสารออกฤทธิ์จากการ หมักที่มีชุดหลักฐานเป็นของ แบรนด์ตัวเอง เริ่มจากคุยว่าอยากได้สารกลุ่มไหนและตลาดปลายทางคือที่ไหน
TIBD ทำงานร่วมกับนักวิจัยและเจ้าของเทคโนโลยี เพื่อให้งานวิจัยเดินต่อจากห้องปฏิบัติการ ไปถึงสายการผลิต (production line) จริง สิ่งแรกที่เราทำคือประเมินร่วมกันว่าโจทย์ของ คุณเหมาะกับเทคโนโลยีนี้จริงหรือไม่ ถ้าประเมินแล้วไม่เหมาะ เราจะบอกตั้งแต่ต้น
ทักไลน์ @tibdglobal หรือกรอกแบบฟอร์มที่ tibdglobal.com/contact แล้วเล่าโจทย์ในกระบวนการ ของ คุณมาได้เลย
แหล่งข้อมูล Suwannarat, Thammaniphit และ Srisonphan (2021) ACS Applied Materials & Interfaces · Suwannarat และคณะ (2024) ACS Applied Bio Materials · Recek และคณะ (2018) Scientific Reports DOI:
10.1038/s41598-018-26227-5 · Probiotics and Antimicrobial Proteins (2025) ว่าด้วยสารออกฤทธิ์รองจากแบคทีเรีย
กรด แลกติก · Fermentation
(MDPI, 2024) ว่าด้วย
การ หมักที่ช่วยด้วยสนามไฟฟ้าแบบพัลส์ สนามแม่เหล็ก และพลาสมาเย็น · PLOS ONE DOI:
10.1371/journal.pone.0204266 ว่าด้วย
การ กระตุ้น การกลายพันธุ์ ของ เห็ดหลินจือ ·
กรอบ กำกับดูแล:
พระราชบัญญัติ เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558, Regulation
(EC) No 1223/2009, ISO 22716, ISO 11930, ISO 16128, การประเมินความปลอดภัยสารกลุ่มที่ได้จากยีสต์โดย Cosmetic Ingredient Review · งานวิจัยพลาสมาเย็นในประเทศไทยโดย
รศ.ดร.ศิวพล ศรีสนพันธุ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
เกี่ยวกับ TIBD บริษัท ทีไอบีดี จำกัด ทำงานร่วมกับนักวิจัยและเจ้าของเทคโนโลยี เพื่อให้งานวิจัยเดินต่อจากห้องปฏิบัติการ ไปสู่การใช้งาน จริงในภาคอุตสาหกรรม ตั้งแต่การประเมินความเป็นไปได้ การ ออกแบบการ ทดสอบ การ สร้างต้นแบบ ไปจนถึงการ ขยายขนาดการผลิต โดยมี VISBIO บริษัทในเครือทำหน้าที่ตรวจสอบประสิทธิภาพอย่าง เป็นอิสระ สำนักงานตั้งอยู่ที่สถาบันผลิตผลเกษตรฯ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน