คำอธิบาย

ผู้ผลิตและ Brand Owner ที่ขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์กับ อย. ของไทยและในประเทศอาเซียน ต้องเข้าใจระบบจำแนก Climatic Zone ที่เป็นพื้นฐานในการเลือกสภาวะการทดสอบความคงตัว ASEAN Zone IVb (30°C / 75% RH) เป็นเขตที่ภูมิภาคอาเซียนทั้งหมดถูกจัดอยู่ภายใต้ระบบ Köppen Climate Classification และเป็นสภาวะมาตรฐานที่หน่วยงานกำกับดูแลในประเทศไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ บรูไน ลาว กัมพูชา และพม่า ใช้เป็นเงื่อนไขในการประเมินข้อมูลความคงตัว

ความสำคัญของ ASEAN Zone IVb คือเป็นเขตที่มีอุณหภูมิและความชื้นสูงตลอดปี สภาวะที่รุนแรงกว่าเขตอบอุ่น Zone II (25°C / 60% RH) ที่ใช้ในยุโรปและอเมริกาเหนืออย่างมีนัยสำคัญ ผู้ผลิตที่ทดสอบเฉพาะในสภาวะ Zone II ไม่สามารถใช้ข้อมูลในการขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานในอาเซียนได้ และต้องดำเนินการทดสอบเพิ่มเติมในสภาวะ Zone IVb ก่อนยื่นเอกสาร

บทความนี้เป็นคู่มือเรื่อง ASEAN Zone IVb สำหรับ Brand Owner OEM และ Indie Cosmetic Startup ที่ต้องการเข้าใจระบบ Climatic Zone อย่างลึกซึ้ง ครอบคลุมที่มา ระบบจำแนก สภาวะการทดสอบที่กำหนด การประยุกต์ใช้ในการขึ้นทะเบียน และการขยายตลาดส่งออก โดย TIBD ในฐานะผู้ให้บริการทดสอบความคงตัวที่อิง ASEAN Zone IVb ร่วมกับ VISBIO ผู้ตรวจสอบอิสระ (Independent Quality Assurance Verifier: IQAV)

ASEAN Zone IVb คืออะไร และที่มาของระบบจำแนก Climatic Zone

ASEAN Zone IVb คือเขตภูมิอากาศที่จำแนกตามระบบ Köppen Climate Classification ที่ประยุกต์ใช้ในเภสัชกรรมและเครื่องสำอาง ครอบคลุมประเทศที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีสูงและความชื้นสูง ที่อยู่ในเขตร้อนชื้น (Hot and Very Humid) ของโลก ภูมิภาคอาเซียนทั้งหมดถูกจัดอยู่ใน Zone IVb เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรและมีสภาพภูมิอากาศคล้ายกัน

ที่มาของระบบ Climatic Zone ในเภสัชกรรมเริ่มจากการศึกษาของ Wolfgang Grimm ในทศวรรษ 1980 ที่เสนอการจำแนกเขตภูมิอากาศของโลกออกเป็น 4 เขตหลักตามอุณหภูมิและความชื้น เพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการเลือกสภาวะทดสอบความคงตัวของผลิตภัณฑ์ยา ระบบนี้ถูกนำมาใช้ใน ICH Q1A ในปี 1990 และต่อมาถูกขยายเป็น 5 เขตเมื่อมีการเพิ่ม Zone IVb สำหรับเขตร้อนชื้นที่มีความชื้นสูงเป็นพิเศษ

ASEAN Pharmaceutical Product Working Group (PPWG) นำระบบ Zone IVb มาใช้เป็นมาตรฐานสำหรับการทดสอบความคงตัวของผลิตภัณฑ์ยาที่จำหน่ายในภูมิภาคอาเซียน ตั้งแต่ปี 2005 และต่อมาขยายไปยังเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ขึ้นทะเบียนภายใต้ ASEAN Cosmetic Directive

ASEAN Zone IVb (30°C / 75% RH): คู่มือมาตรฐาน Climatic Zone สำหรับ Stability Study ในประเทศอาเซียน

การจำแนก Climatic Zone ทั้ง 5 ระดับตาม WHO และ ICH

ระบบ Climatic Zone ทั้ง 5 ระดับครอบคลุมเขตภูมิอากาศของโลกอย่างครบถ้วน

Zone I (Temperate Climate) คือเขตอบอุ่นและเย็น ครอบคลุมยุโรปเหนือ แคนาดา รัสเซีย ตอนเหนือของจีน และพื้นที่อื่นที่อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีไม่สูง สภาวะการทดสอบมาตรฐานคือ 21°C / 45% RH ระยะยาว

Zone II (Subtropical Climate) คือเขตกึ่งร้อนชื้น ครอบคลุมยุโรปใต้ ตอนกลางของสหรัฐอเมริกา ตอนใต้ของจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สภาวะการทดสอบมาตรฐานคือ 25°C / 60% RH ระยะยาว

Zone III (Hot and Dry Climate) คือเขตร้อนแห้ง ครอบคลุมตะวันออกกลาง ตอนเหนือของแอฟริกา และพื้นที่ทะเลทราย สภาวะการทดสอบมาตรฐานคือ 30°C / 35% RH ระยะยาว

Zone IVa (Hot and Humid Climate) คือเขตร้อนชื้นปานกลาง ครอบคลุมพื้นที่ในละตินอเมริกา แอฟริกาตะวันตก และบางพื้นที่ในเอเชียใต้ สภาวะการทดสอบมาตรฐานคือ 30°C / 65% RH ระยะยาว

Zone IVb (Hot and Very Humid Climate) คือเขตร้อนชื้นรุนแรง ครอบคลุมประเทศอาเซียนทั้งหมด เอเชียใต้บางพื้นที่ ตอนใต้ของอินเดีย และพื้นที่ใกล้เส้นศูนย์สูตร สภาวะการทดสอบมาตรฐานคือ 30°C / 75% RH ระยะยาว

สภาวะการทดสอบมาตรฐานสำหรับ ASEAN Zone IVb

สภาวะการทดสอบที่กำหนดสำหรับ ASEAN Zone IVb มี 3 ระดับตามวัตถุประสงค์การศึกษา

การทดสอบระยะยาว (Long-term Stability) ใช้สภาวะ 30°C ± 2°C และความชื้นสัมพัทธ์ 75% ± 5% RH เป็นระยะเวลาขั้นต่ำ 12 เดือน และมักขยายถึง 24-36 เดือนสำหรับการกำหนดอายุการเก็บรักษาเต็มที่ จุดเก็บตัวอย่างมาตรฐานอยู่ที่เดือน 0, 3, 6, 9, 12, 18, 24, 36 ข้อมูลจากการศึกษานี้เป็นข้อมูลหลักที่ใช้กำหนดอายุการเก็บรักษาที่ระบุบนฉลาก

การทดสอบแบบเร่ง (Accelerated Stability) ใช้สภาวะ 40°C ± 2°C และความชื้นสัมพัทธ์ 75% ± 5% RH เป็นระยะเวลา 6 เดือน จุดเก็บตัวอย่างอยู่ที่เดือน 0, 1, 2, 3, 6 ข้อมูลนี้ใช้สนับสนุนการคาดการณ์อายุการเก็บรักษาเบื้องต้นและการคัดกรองสูตร

การทดสอบแบบระยะกลาง (Intermediate Stability) ใช้สภาวะ 30°C ± 2°C และความชื้นสัมพัทธ์ 65% ± 5% RH เป็นระยะเวลา 12 เดือน ใช้เป็นทางเลือกในกรณีที่ผลการทดสอบแบบเร่งแสดงการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญตามนิยามของ ICH Q1A(R2)

ตู้ทดสอบความคงตัว (Stability Chamber) ที่ใช้ต้องผ่านการสอบเทียบ (Calibration) อย่างต่อเนื่อง และต้องมีระบบติดตามและบันทึกอุณหภูมิและความชื้นตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมระบบเตือนภัยกรณีที่สภาวะออกนอกช่วงที่กำหนด เพื่อให้ข้อมูลที่ได้น่าเชื่อถือและสามารถใช้ในการขึ้นทะเบียนได้

ความแตกต่างระหว่าง Zone IVb และเขตอื่นในระบบสากล

ความแตกต่างระหว่าง Zone IVb และเขตอื่นมีนัยสำคัญต่อทั้งโปรโตคอลการทดสอบและการประเมินผล

เปรียบเทียบกับ Zone II (25°C / 60% RH) ความแตกต่างคือ Zone IVb มีอุณหภูมิสูงกว่า 5°C และความชื้นสัมพัทธ์สูงกว่า 15% สภาวะที่รุนแรงกว่าทำให้กระบวนการเสื่อมเกิดเร็วกว่าอย่างมีนัยสำคัญ ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบในสภาวะ Zone IVb มีโอกาสสูงที่จะคงสภาพได้ในตลาดที่มีสภาพภูมิอากาศอ่อนกว่า

เปรียบเทียบกับ Zone IVa (30°C / 65% RH) ความแตกต่างคือ Zone IVb มีความชื้นสัมพัทธ์สูงกว่า 10% ที่อุณหภูมิเดียวกัน สภาวะนี้สำคัญสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ไวต่อความชื้น เช่น แคปซูล ยาเม็ด ผง และผลิตภัณฑ์ที่ใช้บรรจุภัณฑ์ที่ไม่กันความชื้นอย่างเข้มงวด

เปรียบเทียบกับ Zone III (30°C / 35% RH) ความแตกต่างคือ Zone IVb มีความชื้นสัมพัทธ์สูงกว่ามาก (40%) สภาวะ Zone III เป็นสภาวะของเขตทะเลทรายที่มีปัญหาด้านการทำให้แห้งเกินไป ในขณะที่ Zone IVb มีปัญหาด้านการดูดความชื้นจากสภาพแวดล้อม

ผู้ผลิตที่ขึ้นทะเบียนในหลายตลาดต้องเลือกสภาวะที่เข้มงวดที่สุดในการทดสอบ เพื่อให้ข้อมูลครอบคลุมตลาดที่ต้องการทั้งหมด ในกรณีของผู้ผลิตในประเทศไทย การทดสอบในสภาวะ Zone IVb ครอบคลุมตลาดอาเซียนทั้งหมดและตลาดในเขตที่อ่อนกว่า

การประยุกต์ใช้ในการขึ้นทะเบียน อย และในประเทศอาเซียน

หน่วยงานกำกับดูแลในอาเซียนทั้งหมดยอมรับข้อมูลความคงตัวที่อิงสภาวะ ASEAN Zone IVb เป็นเงื่อนไขในการขึ้นทะเบียนและการยื่น Notification

อย. ของไทยใช้ Zone IVb เป็นมาตรฐานในการประเมินข้อมูลความคงตัวของยา เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ภายใต้พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 และพระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562

BPOM ของอินโดนีเซีย NPRA ของมาเลเซีย HSA ของสิงคโปร์ DAV ของเวียดนาม FDA ของฟิลิปปินส์ ทั้งหมดยอมรับข้อมูลที่อิง ASEAN Stability Guideline ที่กำหนดสภาวะ Zone IVb เป็นพื้นฐาน ผู้ผลิตที่ทดสอบในสภาวะนี้สามารถใช้ข้อมูลเดียวกันยื่นในหลายประเทศโดยไม่ต้องทดสอบซ้ำ

สำหรับการยื่นเอกสาร ASEAN Common Technical Dossier (ACTD) Module 3.2.P.8 (Stability Section) เป็นรูปแบบที่ยอมรับในทุกประเทศอาเซียน ครอบคลุมข้อมูลความคงตัวที่อิง Zone IVb พร้อมการวิเคราะห์ทางสถิติตาม ICH Q1E

นักวิทยาศาสตร์วางตัวอย่างในตู้ทดสอบความคงตัวแบบเร่ง

ข้อได้เปรียบของผู้ผลิตที่ทดสอบในสภาวะ Zone IVb

ผู้ผลิตที่เลือกทดสอบในสภาวะ ASEAN Zone IVb ตั้งแต่เริ่มต้นมีข้อได้เปรียบหลายด้านในการขยายตลาด

ข้อได้เปรียบแรก คือ สามารถใช้ข้อมูลเดียวกันในหลายตลาด สภาวะ Zone IVb เป็นสภาวะที่เข้มงวดที่สุดในระบบสากล ข้อมูลที่ผ่านการทดสอบในสภาวะนี้สามารถใช้สนับสนุนการขึ้นทะเบียนในตลาดที่มีสภาพภูมิอากาศอ่อนกว่า เช่น ตลาดสหภาพยุโรป ตลาดอเมริกาเหนือ ตลาดญี่ปุ่น และเกาหลีใต้

ข้อได้เปรียบที่สอง คือ ลดต้นทุนการทดสอบในระยะยาว แทนที่จะทดสอบในหลายสภาวะแยกกันสำหรับแต่ละตลาด การทดสอบครั้งเดียวในสภาวะ Zone IVb ครอบคลุมหลายตลาด ลดเวลาในการพัฒนาและการเข้าตลาด

ข้อได้เปรียบที่สาม คือ เพิ่มความน่าเชื่อถือของข้อมูล ผู้นำเข้าและผู้บริโภคในตลาดต่างประเทศมั่นใจในผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบในสภาวะที่รุนแรงกว่าสภาวะการเก็บรักษาจริงในตลาดของตน

ข้อได้เปรียบที่สี่ คือ ลดความเสี่ยงการเรียกคืนสินค้า ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบในสภาวะ Zone IVb มีโอกาสน้อยที่จะเสื่อมในการขนส่ง การจัดเก็บที่ผู้ค้าปลีก และการใช้งานที่ผู้บริโภคในเขตร้อนชื้น

การเลือกใช้สภาวะที่เหมาะกับผลิตภัณฑ์

ไม่ใช่ทุกผลิตภัณฑ์ที่ใช้สภาวะ Zone IVb ได้โดยตรง บางผลิตภัณฑ์ต้องการการปรับสภาวะให้เหมาะ

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ต้องเก็บในสภาวะแช่เย็น (Refrigerated Storage) เช่น Probiotic ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ และยาบางชนิด สภาวะการทดสอบใช้ 5°C ± 3°C สำหรับ Long-term Study แทน Zone IVb แต่ยังต้องประเมินผลของสภาวะที่อุณหภูมิห้องในกรณีที่ผลิตภัณฑ์ถูกเก็บในสภาวะที่ไม่ตรงตามที่ระบุ

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีจุดหลอมต่ำ เช่น ลิปสติก ลิปบาล์ม ยาหม่อง ที่อาจหลอมในสภาวะ 40°C ของ Accelerated สภาวะการทดสอบแบบเร่งอาจปรับเป็น 35°C / 75% RH หรือเพิ่มการทดสอบแบบ Cycling Test

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีโครงสร้างที่ไวต่อการเปลี่ยนรูป เช่น เจลและอิมัลชันบางชนิด การทดสอบ Cycling Test ระหว่าง 4°C และ 45°C เป็นเงื่อนไขเพิ่มเติมที่ใช้ประเมินเสถียรภาพในระยะยาว

บทบาทของ VISBIO ในฐานะ IQAV ที่รับรองข้อมูล

ความน่าเชื่อถือของข้อมูลความคงตัวที่อิง ASEAN Zone IVb ขึ้นกับความเป็นอิสระของผู้วิเคราะห์ VISBIO ในฐานะผู้ตรวจสอบอิสระ (Independent Quality Assurance Verifier: IQAV) ทำหน้าที่วิเคราะห์ตัวอย่างที่ผ่านการเก็บที่จุดเก็บตัวอย่างต่าง ๆ ของ TIBD โดยใช้วิธีวิเคราะห์ที่ผ่านการตรวจสอบความถูกต้อง (Validated Method per ICH Q2(R1)) มีระบบเอกสารกำกับทุกขั้นตอน (Traceability) และดำเนินการตามหลักปฏิบัติมาตรฐาน ISO/IEC 17025

บทบาทของ VISBIO ในฐานะ IQAV ที่รับรองข้อมูล

ความน่าเชื่อถือของข้อมูลความคงตัวที่อิง ASEAN Zone IVb ขึ้นกับความเป็นอิสระของผู้วิเคราะห์ VISBIO ในฐานะผู้ตรวจสอบอิสระ (Independent Quality Assurance Verifier: IQAV) ทำหน้าที่วิเคราะห์ตัวอย่างที่ผ่านการเก็บที่จุดเก็บตัวอย่างต่าง ๆ ของ TIBD โดยใช้วิธีวิเคราะห์ที่ผ่านการตรวจสอบความถูกต้อง (Validated Method per ICH Q2(R1)) มีระบบเอกสารกำกับทุกขั้นตอน (Traceability) และดำเนินการตามหลักปฏิบัติมาตรฐาน ISO/IEC 17025

ความเชี่ยวชาญของทีมงาน TIBD

บริการทดสอบความคงตัวในสภาวะ ASEAN Zone IVb ดำเนินการร่วมกับ ดร.วุฒิพงษ์ ผาณิตเศรษฐกร ที่ปรึกษาและผู้ร่วมก่อตั้ง ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดการเทคโนโลยีเชิงพาณิชย์สำหรับอุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม และคุณมัญฑมน อุตโม นักพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์อาวุโส (Advanced Formulator) ที่มีประสบการณ์ในการออกแบบโปรโตคอลทดสอบในสภาวะเขตร้อนชื้น ทีมเรามีผู้เชี่ยวชาญที่เป็นนักวิจัยในสาย Pharmaceutical Sciences, Cosmetic Science และ Regulatory Affairs

เริ่มต้นใช้บริการทดสอบความคงตัวกับ TIBD

ผลิตภัณฑ์ของท่านต้องการข้อมูลความคงตัวที่อิงสภาวะ ASEAN Zone IVb เพื่อการขึ้นทะเบียนกับ อย. หรือเพื่อการขยายตลาดในอาเซียนหรือไม่ ติดต่อ TIBD เพื่อรับการออกแบบโปรโตคอลเฉพาะสำหรับผลิตภัณฑ์ของท่าน ติดต่อ TIBD ได้ที่ คลิก

เอกสารอ้างอิง (References)

สอบถามเกี่ยวกับASEAN Zone IVb (30°C / 75% RH): คู่มือมาตรฐาน Climatic Zone สำหรับ Stability Study ในประเทศอาเซียน

กรอกข้อมูลของคุณในแบบสอบถามด้านล่างเพื่อติดต่อเรา ทางเราจะตอบกลับให้เร็วที่สุด