ตลาดเครื่องสำอางในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนเติบโตต่อเนื่อง ทั้งจากแบรนด์เจ้าของผลิตภัณฑ์ (Brand Owner) แบรนด์ใหม่จากกลุ่ม Indie Cosmetic Startup และผู้ผลิตเดิมที่ขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ผ่านช่องทาง Original Equipment Manufacturer (OEM) สิ่งที่ทุกกลุ่มต้องมีร่วมกันคือเอกสารยื่นขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และเอกสาร Cosmetic Notification ตาม ASEAN Cosmetic Directive ซึ่งทั้งสองต้องการข้อมูลความคงตัวของผลิตภัณฑ์เป็นเอกสารบังคับ
ความท้าทายของเครื่องสำอางในเขตร้อนชื้น ASEAN Zone IVb คือผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่อยู่ในระบบอิมัลชัน (Emulsion) ที่ไวต่อการแยกชั้น มีสารกันเสียที่อาจเสื่อมประสิทธิภาพ มีสารออกฤทธิ์ที่ไวต่อแสงและออกซิเจน และต้องผ่านการเก็บในกระเป๋าผู้บริโภคที่อุณหภูมิอาจสูงถึง 50°C ในรถยนต์กลางวัน เครื่องสำอางจึงต้องผ่านการทดสอบความคงตัวที่ครอบคลุมทั้งสภาวะปกติ สภาวะเร่ง การจำลองวัฏจักรอุณหภูมิ และการประเมินประสิทธิภาพสารกันเสียตลอดอายุการเก็บรักษา
บริการของ TIBD ออกแบบเฉพาะสำหรับ Brand Owner เครื่องสำอาง OEM และ Indie Cosmetic Startup ครอบคลุมโปรโตคอลทดสอบตาม ICH Q1A(R2), ICH Q1B (Photostability), ISO 11930 (Preservative Efficacy) และ ISO 17516 (Microbiological Limits) ร่วมกับการวิเคราะห์โดย VISBIO ผู้ตรวจสอบอิสระ (Independent Quality Assurance Verifier: IQAV) ที่ใช้วิธีวิเคราะห์ที่ผ่านการตรวจสอบความถูกต้อง (Validated Method per ICH Q2(R1)) บทความนี้เป็นหน้า Hub ที่นำท่านไปยังบริการทดสอบเครื่องสำอาง 8 รูปแบบที่ TIBD ให้บริการ


