อุตสาหกรรมสุขภาพและความงามใช้เทคโนโลยีระบบกักเก็บสารสำคัญ (Encapsulation Systems) เพื่อแก้ปัญหาสามอย่างที่สูตรแบบเปิด (Open Formulation) ทำไม่ได้ คือการปกป้องสารออกฤทธิ์ที่ไม่เสถียร (Stability Protection) การควบคุมการปลดปล่อย (Controlled Release) และการเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึม (Bioavailability Enhancement) ตัวอย่างการใช้งาน ได้แก่ การกักเก็บวิตามินซีในไมโครแคปซูลเพื่อป้องกันการออกซิเดชันก่อนสัมผัสผิว การกักเก็บโพรไบโอติก (Probiotic) ในแคปซูลเคลือบเพื่อให้รอดผ่านกรดในกระเพาะ และการกักเก็บน้ำมันหอมระเหยในไลโปโซม (Liposome) เพื่อชะลอการระเหิด
ปัญหาคือระบบกักเก็บสารสำคัญเองก็มีความไม่เสถียร เปลือกแคปซูล (Shell Material) อาจแตกหรือเสื่อมตามเวลา ประสิทธิภาพการกักเก็บ (Encapsulation Efficiency: EE%) ลดลง สารแกน (Core Material) อาจรั่วไหลออกมาก่อนเวลา หรือโครงสร้างทางกายภาพอาจเปลี่ยนรูป ส่งผลให้ Release Profile ผิดไปจากที่ออกแบบไว้ ผลกระทบทางธุรกิจคือผลิตภัณฑ์ไม่สามารถ claim ฟังก์ชันที่ออกแบบไว้ ไม่ผ่านการขึ้นทะเบียน หรือถูกผู้บริโภคและผู้ค้าปลีกตั้งคำถาม
บริการของ TIBD ครอบคลุมการออกแบบโปรโตคอลทดสอบความคงตัวเฉพาะสำหรับระบบ Encapsulation การวิเคราะห์ Encapsulation Efficiency และ Release Profile ที่จุดเก็บตัวอย่าง (Pull Points) ตาม ICH Q1A(R2) และ ASEAN Stability Guideline และการวิเคราะห์ร่วมกับ VISBIO ผู้ตรวจสอบอิสระ (Independent Quality Assurance Verifier: IQAV) ที่ใช้วิธีวิเคราะห์ที่ผ่านการตรวจสอบความถูกต้อง (Validated Method per ICH Q2(R1)) เพื่อให้ข้อมูลรองรับการขึ้นทะเบียน อย. การยื่น Cosmetic Notification ในอาเซียน และการเจรจากับ Brand Owner ระดับสากลที่ใช้ระบบ Encapsulation เป็นจุดขายหลัก


