คำอธิบาย

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในรูปแบบยาเม็ด (Tablet) และแคปซูล (Capsule) เป็นรูปแบบที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในตลาดไทยและอาเซียน เนื่องจากให้ความสะดวกในการบริโภค สามารถบรรจุสารสำคัญในปริมาณที่กำหนด และเก็บรักษาได้ยาวนาน

ความท้าทายของยาเม็ดและแคปซูลในเขตร้อนชื้น ASEAN Zone IVb คือความชื้นในอากาศที่สูง ทำให้ผลิตภัณฑ์ดูดความชื้นและส่งผลต่อความแข็ง การแตกตัว และการเจริญของจุลินทรีย์ แคปซูล Gelatin เป็นที่ไวต่อความชื้นเป็นพิเศษ อาจอ่อนตัวหรือเปราะเมื่อความชื้นสภาพแวดล้อมเปลี่ยน

บริการของ TIBD ออกแบบเฉพาะสำหรับยาเม็ดและแคปซูลทุกประเภท ครอบคลุมการประเมินความชื้น (Moisture Content) ค่ากิจกรรมของน้ำ (Water Activity) ความแข็งของเม็ด (Hardness) เวลาแตกตัว (Disintegration) ปริมาณสารสำคัญด้วย โครมาโทกราฟีของเหลวสมรรถนะสูง (HPLC) และการทดสอบจุลชีววิทยา ภายใต้สภาวะ ASEAN Zone IVb ร่วมกับ VISBIO ผู้ตรวจสอบอิสระ (Independent Quality Assurance Verifier: IQAV)

ยาเม็ดและแคปซูลอาหารเสริมในตลาดไทย

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในรูปแบบยาเม็ดและแคปซูลแบ่งตามโครงสร้าง

  • ยาเม็ดไม่เคลือบ (Plain Tablet) เป็นรูปแบบดั้งเดิมที่อัดเป็นเม็ด สามารถเคี้ยวได้ในบางสูตร
  • ยาเม็ดเคลือบฟิล์ม (Film-Coated Tablet) มีเปลือก polymer บาง ช่วยป้องกันความชื้นและปิดรสขม
  • ยาเม็ดเคี้ยว (Chewable Tablet) ออกแบบให้เคี้ยวก่อนกลืน นิยมในผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก
  • แคปซูลแข็ง (Hard Capsule) ทำจาก Gelatin หรือ HPMC (Hydroxypropyl Methylcellulose) บรรจุผงสารสำคัญ
  • แคปซูลอ่อน (Soft Capsule / Softgel) ทำจาก Gelatin บรรจุของเหลวหรือสารกึ่งของเหลว เช่น น้ำมันปลา วิตามินที่ละลายในไขมัน
บริการทดสอบความคงตัวยาเม็ดและแคปซูลอาหารเสริม (Capsule/Tablet Stability)

ความท้าทายเฉพาะของระบบของแข็งในเขตร้อนชื้น

ยาเม็ดและแคปซูลมีความท้าทายเฉพาะในเขต Zone IVb

  1. ความท้าทายแรก คือ การดูดความชื้น (Moisture Uptake) ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีบรรจุภัณฑ์ที่กันความชื้นเข้มงวดดูดความชื้นจากบรรยากาศได้ง่ายในสภาวะ 30°C / 75% RH การเพิ่มขึ้นของ Moisture Content บ่งชี้ปัญหาด้านบรรจุภัณฑ์และอาจทำให้ผลิตภัณฑ์เสื่อมเร็ว
  2. ความท้าทายที่สอง คือ การเปลี่ยนแปลงของแคปซูล Gelatin เมื่อความชื้นเปลี่ยน Gelatin อาจอ่อนตัว เหนียวติดมือ หรือในสภาวะแห้งเกินไปอาจเปราะและแตก HPMC Capsule เสถียรกว่า Gelatin ในเรื่องนี้
  3. ความท้าทายที่สาม คือ การเสื่อมของสารสำคัญ Vitamin C ในยาเม็ดอาจเสื่อมเร็วในสภาวะที่มีความชื้น Probiotic Capsule ต้องเก็บในสภาวะแช่เย็น หรือออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่กันความชื้นเข้มงวด
  4. ความท้าทายที่สี่ คือ เสถียรภาพของเปลือกเคลือบ ฟิล์มเคลือบอาจแตกหรือลอกในสภาวะการขนส่งที่มีการสั่นสะเทือน ทำให้สารภายในสัมผัสอากาศและเสื่อมเร็ว
  5. ความท้าทายที่ห้า คือ การเสื่อมของระบบเคลือบฟิล์ม (Film Coating Degradation) สำหรับยาเม็ดเคลือบฟิล์ม ระบบเคลือบที่ใช้ HPMC, PVA, หรือ Eudragit อาจเสื่อมในสภาวะอุณหภูมิสูง ทำให้ฟิล์มแตก ลอก หรือเกิดรอยแตกขนาดเล็กที่มองไม่เห็น ผลคือสารภายในสัมผัสอากาศและเสื่อมเร็ว การประเมินด้วยกล้อง Stereo Microscope ที่จุดเก็บตัวอย่างต่าง ๆ เป็นเครื่องมือที่ใช้ตรวจ
  6. ความท้าทายที่หก  คือ การแยกตัวของส่วนประกอบในผงที่บรรจุแคปซูล (Powder Segregation) เมื่อแคปซูลถูกเขย่าหรือสั่นสะเทือนระหว่างขนส่ง อนุภาคที่มีขนาดต่างกันอาจแยกตัว ทำให้ปริมาณสารสำคัญไม่สม่ำเสมอในแต่ละแคปซูล การประเมินด้วย Content Uniformity Test ตาม USP <905> เป็นเงื่อนไขสำคัญ [ ภาพประกอบ / Visual Asset ] Diagram: Tablet/Capsule Stability Failures: แผนภาพแสดงรูปแบบการเสื่อม (Moisture Uptake, Capsule Softening, Active Loss, Coating Damage)

พารามิเตอร์การทดสอบ: Moisture, Hardness, Disintegration, Assay

โปรโตคอลของ TIBD ครอบคลุมพารามิเตอร์เฉพาะสำหรับยาเม็ดและแคปซูล

  • ความชื้น (Moisture Content) วัดด้วย Karl Fischer Titration หรือ Loss on Drying (LOD) ที่ 105°C ค่ามาตรฐานสำหรับยาเม็ดอาหารเสริมอยู่ที่ 1-5% การเพิ่มขึ้นเกิน 2% บ่งชี้ปัญหาบรรจุภัณฑ์
  • ค่ากิจกรรมของน้ำ (Water Activity: aw) วัดด้วย Water Activity Meter ค่าต้องไม่เกิน 0.60 ตลอดอายุการเก็บรักษา ตามมาตรฐานสากล
  • ความแข็งของเม็ด (Hardness) วัดด้วย Hardness Tester เป็นหน่วย Newton (N) หรือ Kilopond (kp) ค่าที่ยอมรับได้อยู่ในช่วง ±20% จากค่าเริ่มต้น
  • เวลาแตกตัว (Disintegration Time) วัดตาม USP <701> ที่ใช้ Disintegration Apparatus ในตัวกลาง Water หรือ Buffer เวลาแตกตัวต้องไม่เกิน 30 นาทีสำหรับยาเม็ด และไม่เกิน 30 นาทีสำหรับแคปซูล
  • ปริมาณสารสำคัญ (Assay) วัดด้วย HPLC สำหรับวิตามิน หรือ ICP-MS สำหรับแร่ธาตุ ปริมาณต้องไม่ต่ำกว่า 90% ของค่าที่ระบุบนฉลาก
  • การทดสอบจุลชีววิทยาตาม USP <2021> หรือมาตรฐานท้องถิ่น

ความแตกต่างระหว่างยาเม็ดและแคปซูล Gelatin/HPMC

แคปซูล Gelatin และ HPMC มีคุณสมบัติแตกต่างกันที่ส่งผลต่อโปรโตคอลทดสอบ

  • แคปซูล Gelatin ทำจาก Bovine Gelatin (วัว) Porcine Gelatin (หมู) หรือ Fish Gelatin มีคุณสมบัติละลายเร็วในน้ำที่อุณหภูมิร่างกาย ราคาประหยัด แต่ไวต่อความชื้นและอาจทำปฏิกิริยากับสารบางชนิดที่บรรจุ เช่น Aldehyde ที่ทำให้แคปซูลแข็งและไม่ละลาย (Cross-linking)
  • แคปซูล HPMC (Hydroxypropyl Methylcellulose) ทำจากเซลลูโลสที่ดัดแปลงทางเคมี เป็นทางเลือก vegetarian-friendly เสถียรกว่าในสภาวะที่ความชื้นเปลี่ยน ไม่เกิด Cross-linking กับ Aldehyde ราคาสูงกว่า Gelatin

การเลือกประเภทแคปซูลขึ้นกับลักษณะของสารที่บรรจุและตลาดเป้าหมาย ตลาดที่เน้น Halal, Kosher, Vegetarian นิยมใช้ HPMC ตลาดทั่วไปยังนิยม Gelatin เนื่องจากราคา

ความแตกต่างระหว่างยาเม็ดและแคปซูล Gelatin/HPMC

แคปซูล Gelatin และ HPMC มีคุณสมบัติแตกต่างกันที่ส่งผลต่อโปรโตคอลทดสอบ

  • แคปซูล Gelatin ทำจาก Bovine Gelatin (วัว) Porcine Gelatin (หมู) หรือ Fish Gelatin มีคุณสมบัติละลายเร็วในน้ำที่อุณหภูมิร่างกาย ราคาประหยัด แต่ไวต่อความชื้นและอาจทำปฏิกิริยากับสารบางชนิดที่บรรจุ เช่น Aldehyde ที่ทำให้แคปซูลแข็งและไม่ละลาย (Cross-linking)
  • แคปซูล HPMC (Hydroxypropyl Methylcellulose) ทำจากเซลลูโลสที่ดัดแปลงทางเคมี เป็นทางเลือก vegetarian-friendly เสถียรกว่าในสภาวะที่ความชื้นเปลี่ยน ไม่เกิด Cross-linking กับ Aldehyde ราคาสูงกว่า Gelatin

การเลือกประเภทแคปซูลขึ้นกับลักษณะของสารที่บรรจุและตลาดเป้าหมาย ตลาดที่เน้น Halal, Kosher, Vegetarian นิยมใช้ HPMC ตลาดทั่วไปยังนิยม Gelatin เนื่องจากราคา

สภาวะการทดสอบและตารางการเก็บตัวอย่าง

โปรโตคอลใช้สภาวะตาม ICH Q1A(R2) สำหรับ ASEAN Zone IVb

  • Long-term Stability ที่ 30°C / 75% RH ระยะเวลาขั้นต่ำ 12 เดือน Accelerated Stability ที่ 40°C / 75% RH ระยะเวลา 6 เดือน สำหรับ Probiotic Capsule เพิ่มสภาวะ 5°C ± 3°C สำหรับการศึกษาระยะยาว
  • จุดเก็บตัวอย่างมาตรฐานอยู่ที่เดือน 0, 3, 6, 9, 12, 18, 24 สำหรับการทดสอบระยะยาว และเดือน 0, 1, 2, 3, 6 สำหรับการทดสอบแบบเร่ง
  • โปรโตคอลพิเศษสำหรับยาเม็ดและแคปซูลครอบคลุมการทดสอบ Stress Testing ที่สภาวะรุนแรงกว่าปกติ เช่น 50°C / 75% RH หรือการทดสอบในสภาวะแสง UV เพื่อประเมินกลไกการเสื่อมและระบุสารสลายตัวที่อาจเกิด การทดสอบนี้ช่วยให้ทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์เข้าใจว่าควรปรับปรุงสูตรหรือบรรจุภัณฑ์อย่างไร
  • สำหรับผลิตภัณฑ์ที่บรรจุในขวด PE หรือ PET ที่มีการกัน Moisture ต้องประเมิน Moisture Vapor Transmission Rate (MVTR) ของบรรจุภัณฑ์ และเปรียบเทียบกับการเปลี่ยนแปลงของ Moisture Content ในผลิตภัณฑ์ การใช้ Desiccant ในขวดและซองช่วยลดการเข้าของความชื้นในระหว่างการเก็บ

การขึ้นทะเบียน อย อาหารเสริม

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในรูปยาเม็ดและแคปซูลต้องขึ้นทะเบียนกับ อย. ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ครอบคลุมข้อมูลความคงตัวของวิตามินและสารสำคัญ การทดสอบจุลชีววิทยา และข้อมูลความปลอดภัย

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่กล่าวอ้างคุณประโยชน์เฉพาะ (Health Claim) ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ต้องมีข้อมูลที่ยืนยันว่าปริมาณสารสำคัญยังให้ผลตามที่กล่าวอ้างตลอดอายุการเก็บรักษา

บริการทดสอบความคงตัวยาเม็ดและแคปซูลอาหารเสริม (Capsule/Tablet Stability)

ระบบบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมกับยาเม็ดและแคปซูล

ระบบบรรจุภัณฑ์ที่ใช้กับยาเม็ดและแคปซูลแบ่งเป็นหลายระดับตามคุณสมบัติการป้องกัน บรรจุภัณฑ์ Blister Pack ที่ใช้ Aluminum-PVC หรือ Aluminum-Aluminum ให้การป้องกันความชื้นและออกซิเจนสูงสุด เหมาะกับผลิตภัณฑ์ที่ไวต่อการเสื่อม ขวดพลาสติก HDPE พร้อม Desiccant ให้การป้องกันที่ดีและมีต้นทุนต่ำกว่า ขวดแก้ว Type III พร้อมจุก Inner Seal ให้การป้องกันออกซิเจนแต่ไวต่อการแตกระหว่างขนส่ง

การเลือกระบบบรรจุภัณฑ์ต้องคำนึงถึงทั้งคุณสมบัติทางเทคนิคและต้นทุน ผู้ผลิตที่ขายในตลาดที่ราคาสำคัญอาจเลือกขวด HDPE พร้อม Desiccant ในขณะที่ผู้ผลิตที่ขายในตลาดพรีเมียมอาจเลือก Blister Pack เพื่อให้แต่ละเม็ดมีบรรจุภัณฑ์เฉพาะ

การควบคุมคุณภาพระหว่างการผลิต In-Process Control ระหว่างการผลิตยาเม็ดและแคปซูลครอบคลุมการวัดน้ำหนักของเม็ด (Weight Variation) ตาม USP <905> Friability ตาม USP <1216> และ Hardness ที่จุดต่าง ๆ ของกระบวนการ ข้อมูลเหล่านี้เป็นเงื่อนไขก่อนเริ่มการศึกษาความคงตัว เพื่อให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์ที่นำไปทดสอบมาจากกระบวนการที่ควบคุมได้ การมี Out-of-Specification (OOS) ในขั้นตอน In-Process Control ต้องตรวจสอบและแก้ไขก่อนเริ่มการศึกษา

ปัจจัยที่กำหนดอายุการเก็บรักษาของยาเม็ดและแคปซูล

อายุการเก็บรักษาของยาเม็ดและแคปซูลขึ้นกับหลายปัจจัย ปัจจัยแรกคือคุณสมบัติของสารออกฤทธิ์ที่บรรจุ Vitamin C (Ascorbic Acid) มีอายุการเก็บรักษาประมาณ 18-24 เดือน ในระบบที่ป้องกันความชื้นและออกซิเจน วิตามินที่ละลายในไขมัน (A, D, E, K) มีอายุการเก็บรักษา 24-36 เดือน หากใช้ระบบ Antioxidant ที่เหมาะสม Probiotic มีอายุการเก็บรักษาที่หลากหลายตั้งแต่ 12-24 เดือน ขึ้นกับสายพันธุ์ของจุลินทรีย์และระบบการปกป้อง

ปัจจัยที่สองคือระบบบรรจุภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ในขวดที่ไม่มี Desiccant อาจมีอายุการเก็บรักษาสั้นกว่าผลิตภัณฑ์ใน Blister Pack หรือขวดพร้อม Desiccant 6-12 เดือน ปัจจัยที่สามคือสภาวะการเก็บรักษาที่ผู้บริโภคปฏิบัติจริง ผลิตภัณฑ์ที่เก็บในห้องน้ำที่มีความชื้นสูงอาจเสื่อมเร็วกว่าผลิตภัณฑ์ที่เก็บในห้องนอนหรือตู้ยา การออกแบบฉลากให้สื่อสารวิธีการเก็บรักษาอย่างชัดเจนเป็นองค์ประกอบที่ผู้ผลิตต้องคำนึงถึง

ความเชี่ยวชาญในการประเมินความเสี่ยงเชิงเทคนิค

การประเมินความเสี่ยงเชิงเทคนิคของผลิตภัณฑ์เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ TIBD นำมาใช้ในการออกแบบโปรโตคอลทดสอบความคงตัว การวิเคราะห์ Failure Mode and Effects Analysis (FMEA) ของผลิตภัณฑ์แต่ละสูตรช่วยระบุจุดที่อาจเสื่อมเร็วและออกแบบการทดสอบที่จับสัญญาณเตือนภัยได้ก่อนการเปิดตัวเชิงพาณิชย์ การประเมินนี้ครอบคลุมทั้งความเสี่ยงทางเคมี กายภาพ จุลชีววิทยา และทางบรรจุภัณฑ์

การวางแผนการศึกษาความคงตัวที่อิง Quality by Design (QbD) ช่วยให้ผู้ผลิตได้ข้อมูลที่ครอบคลุมและสามารถใช้ในการตัดสินใจเชิงพาณิชย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การกำหนด Critical Quality Attribute (CQA) และ Critical Process Parameter (CPP) ตั้งแต่ขั้นตอนพัฒนาช่วยลดความเสี่ยงในระยะยาว

บทบาทของ VISBIO ในฐานะ IQAV ที่รับรองข้อมูล

VISBIO ในฐานะผู้ตรวจสอบอิสระ (Independent Quality Assurance Verifier: IQAV) ทำหน้าที่วิเคราะห์ Active Assay การประเมินทางกายภาพ และการทดสอบจุลชีววิทยา โดยใช้วิธีวิเคราะห์ที่ผ่านการตรวจสอบความถูกต้อง (Validated Method per ICH Q2(R1)) มีระบบเอกสารกำกับทุกขั้นตอน (Traceability) และดำเนินการตามหลักปฏิบัติมาตรฐาน ISO/IEC 17025

ความเชี่ยวชาญของทีมงาน TIBD

บริการทดสอบความคงตัวยาเม็ดและแคปซูลดำเนินการร่วมกับ ดร.วุฒิพงษ์ ผาณิตเศรษฐกร ที่ปรึกษาและผู้ร่วมก่อตั้ง ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดการเทคโนโลยีเชิงพาณิชย์สำหรับอุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม และคุณมัญฑมน อุตโม นักพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์อาวุโส (Advanced Formulator) ที่มีประสบการณ์ในการพัฒนาสูตรของแข็งสำหรับอาหารเสริม ทีมเรามีผู้เชี่ยวชาญที่เป็นนักวิจัยในสาย Solid Dosage Form Development

ผลิตภัณฑ์ยาเม็ดหรือแคปซูลอาหารเสริมของท่านพร้อมขึ้นทะเบียนกับ อย. หรือยัง ติดต่อ TIBD เพื่อรับการออกแบบโปรโตคอลเฉพาะ ติดต่อ TIBD คลิก

เอกสารอ้างอิง (References)

  • International Council for Harmonisation of Technical Requirements for Pharmaceuticals for Human Use. (2003). Stability testing of new drug substances and products: Q1A(R2). ICH Harmonised Tripartite Guideline. https://database.ich.org/sites/default/files/Q1A%28R2%29%20Guideline.pdf
  • ASEAN Pharmaceutical Product Working Group. (2013). ASEAN guideline on stability study of drug product (Revision 2). Association of Southeast Asian Nations. https://asean.org/wp-content/uploads/2018/01/25PPWG-ANNEX-7-iv-Final-ASEAN-Guideline-on-Stability-Study-Drug-Product-R2.pdf
  • United States Pharmacopeial Convention. (2023). Disintegration (USP General Chapter <701>). United States Pharmacopeia.
  • United States Pharmacopeial Convention. (2023). Microbiological examination of nonsterile products (USP General Chapter <2021>). United States Pharmacopeia.
  • ราชกิจจานุเบกษา. (2522, 13 พฤษภาคม). พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522. ราชกิจจานุเบกษา.

สอบถามเกี่ยวกับบริการทดสอบความคงตัวยาเม็ดและแคปซูลอาหารเสริม (Capsule/Tablet Stability)

กรอกข้อมูลของคุณในแบบสอบถามด้านล่างเพื่อติดต่อเรา ทางเราจะตอบกลับให้เร็วที่สุด