เมล็ดข้าวเปลือกในถาดโลหะขณะผ่านหัวพลาสมาเย็นในห้องปฏิบัติการ

การปรับสภาพเมล็ดพันธุ์ด้วยพลาสมาเย็น (Cold Plasma Rice Seed Priming) คืออะไร ทำงานอย่างไร งานวิจัยรายงานผลไว้แค่ไหน และผู้ประกอบการเมล็ดพันธุ์ควรเริ่มตรงไหน

การปรับสภาพเมล็ดข้าวด้วยพลาสมาเย็น คือการนำเมล็ดพันธุ์ไปสัมผัสกับพลาสมาที่เกิดในอากาศธรรมดาที่อุณหภูมิใกล้อุณหภูมิห้อง เพื่อเปลี่ยนสภาพผิวเมล็ดให้ดูดซึมน้ำได้ดีขึ้นและลดจุลินทรีย์ (microorganisms) ที่ติดมากับเปลือกเมล็ด โดยไม่ต้องคลุกสารเคมี ไม่ใช้ความร้อน และไม่ทิ้งสารตกค้าง (residue) บนเมล็ด

ผลที่ผู้ประกอบการสนใจไม่ใช่ตัวเลขอัตราการงอกอย่างเดียว แต่คือความสม่ำเสมอของการงอก (germination) เพราะต้นกล้าที่งอกไม่พร้อมกันทำให้แปลงมีอายุไม่เท่ากัน และกระทบทั้งการจัดการน้ำ การใส่ปุ๋ย และการเก็บเกี่ยว

บทความนี้อธิบายกลไก สรุปสิ่งที่งานวิจัยรายงานไว้จริง ระบุข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ และบอกขั้นตอนการทดสอบที่สมเหตุสมผลสำหรับผู้ประกอบการเมล็ดพันธุ์

ปัญหาคุณภาพเมล็ดพันธุ์ข้าวอยู่ตรงไหน

ในห่วงโซ่การผลิตข้าว คุณภาพของเมล็ดพันธุ์ตั้งต้นเป็นตัวกำหนดผลผลิตปลายทาง ปัญหาที่พบซ้ำ ๆ ในอุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์ไทยมีอยู่สี่เรื่อง

สี่ปัญหาที่ผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเจอเป็นประจำ

  • อัตราการงอกต่ำกว่าเกณฑ์รับรอง ทำให้ล็อตนั้นขายในตลาดพรีเมียมไม่ได้
  • การงอกไม่สม่ำเสมอ ต้นกล้าในแปลงมีอายุไม่เท่ากัน จัดการยากทั้งแปลง
  • เชื้อราที่ติดมากับเมล็ด เช่น Aspergillus และ Fusarium ซึ่งอาจสร้างสารพิษระหว่างการเก็บรักษา
  • เชื้อก่อโรคใบไหม้ที่ติดมากับเมล็ดพันธุ์ และแพร่ต่อในแปลงปลูก

วิธีจัดการแบบเดิมมีสองทางหลัก คือการเคลือบสารเคมีและการอบความร้อน ทั้งสองทางมีข้อจำกัดของตัวเอง การเคลือบสารเคมีทิ้งสารตกค้างที่ต้องสำแดงในเอกสารส่งออก ส่วนการอบความร้อนมีความเสี่ยงต่อความมีชีวิตของเมล็ดถ้าคุมอุณหภูมิไม่ดี

แรงกดดันด้านกฎระเบียบก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สหภาพยุโรปถอนการอนุมัติสาร Thiram ตั้งแต่ปี 2018 และห้ามใช้ Mancozeb อย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนมกราคม 2022 หลังหน่วยงาน ECHA จัดประเภทเป็นสารเสี่ยงต่อระบบสืบพันธุ์ ขณะที่ค่าสารตกค้างสูงสุดเริ่มต้นสำหรับสารที่ไม่มีเกณฑ์เฉพาะถูกตั้งไว้ที่ 0.01 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ภายใต้ Regulation (EC) No 396/2005 และระบบ Positive List ของประเทศญี่ปุ่นก็ใช้เกณฑ์เดียวกันที่ 0.01 ส่วนในล้านส่วน

พลาสมาเย็นทำอะไรกับผิวเมล็ด

คำตอบสั้นที่สุดคือ มันเปลี่ยนผิวเมล็ดจากไม่ชอบน้ำ (hydrophobic) ให้เป็นชอบน้ำ (hydrophilic)

เปลือกเมล็ดข้าวตามธรรมชาติมีชั้นผิวที่ค่อนข้างไม่ชอบน้ำ หยดน้ำที่ตกลงบนเมล็ดจึงตั้งเป็นหยดกลม ไม่แผ่ซึมเข้าไป เมื่อเมล็ดสัมผัสพลาสมาเย็น (Cold Plasma) อนุภาคที่มีฤทธิ์ทางเคมีในพลาสมาจะทำปฏิกิริยากับผิวเมล็ดในระดับนาโนเมตร ทำให้มุมสัมผัสของหยดน้ำลดลง น้ำแผ่ราบและซึมเข้าเมล็ดได้เร็วขึ้น

นี่คือเหตุผลที่การดูดซึมน้ำเร็วขึ้น และการดูดซึมน้ำคือขั้นแรกของการงอก เมื่อขั้นแรกเร็วขึ้นและสม่ำเสมอขึ้นทั้งล็อต การงอกที่ตามมาก็สม่ำเสมอขึ้นด้วย

ในเวลาเดียวกัน อนุภาคที่มีฤทธิ์เหล่านี้ยังทำลายโครงสร้างเซลล์ของจุลินทรีย์ที่เกาะอยู่บนผิวเมล็ด จึงได้ผลสองอย่างจากขั้นตอนเดียว คือปรับผิวและลดเชื้อ

จุดที่ต้องเข้าใจให้ตรงกันคือ พลาสมาทำงานที่ผิว ไม่ได้แทรกเข้าไปเปลี่ยนพันธุกรรมของเมล็ด และอนุภาคที่เกิดขึ้นมีอายุสั้น สลายตัวกลับเป็นอากาศตามเดิมหลังทำปฏิกิริยาเสร็จ

งานวิจัยรายงานผลไว้แค่ไหน

งานที่เป็นจุดตั้งต้นของสายงานนี้ในไทยคือ Khamsen และคณะ (2016) ที่ตีพิมพ์ในวารสาร ACS Applied Materials & Interfaces ซึ่งรายงานว่าเมล็ดข้าวที่ผ่านพลาสมาเย็นแบบไฮบริดที่ความดันบรรยากาศ (atmospheric pressure) มีการงอกที่เร่งขึ้นและดูดซึมน้ำได้ดีขึ้น โดยอัตราการงอกสุดท้ายเพิ่มขึ้นจากราวร้อยละ 90 เป็นราวร้อยละ 98

งานต่อยอดจากทีมเดียวกันยืนยันผลในระดับที่ใหญ่ขึ้นและอธิบายกลไกได้ละเอียดขึ้น

งานวิจัย วารสาร สิ่งที่รายงาน
Khamsen และคณะ (2016) ACS Applied Materials & Interfaces เมล็ดข้าวที่ผ่านพลาสมาเย็นแบบไฮบริด งอกเร็วขึ้นและดูดซึมน้ำดีขึ้น อัตราการงอกสุดท้ายเพิ่มจากราว 90% เป็นราว 98%
Rongsangchaicharean และคณะ (2022) Plasma Chemistry and Plasma Processing ทั้งระบบ DBD และ Streamer Corona ขนาดใหญ่ ทำให้ค่าความแข็งแรงของเมล็ดพันธุ์สูงกว่ากลุ่มควบคุม
Rongsangchaicharean และคณะ (2022) Journal of Physics D: Applied Physics อธิบายผลของ DBD ต่อพลศาสตร์การดูดซึมน้ำและคุณสมบัติการดูดความชื้นของเมล็ดข้าว
Jang และคณะ (2023) Applied Biological Chemistry เมล็ดข้าวที่ผ่านพลาสมาแบบไม่ใช้ความร้อน ดูดซึมฟอสฟอรัสดีขึ้น มีคลอโรฟิลล์และโปรตีนละลายได้สูงขึ้น และพัฒนาต้นกล้าได้ดีกว่าภายใต้อุณหภูมิต่ำ
Suwannarat และคณะ (2025) Results in Engineering พลาสมาแบบไม่ใช้ความร้อนลดเชื้อราที่ปนเปื้อนบนเมล็ดได้อย่างมีนัยสำคัญในเวลาระดับนาที โดยเมล็ดไม่สูญเสียความสามารถในการงอก

ข้อสังเกตที่สำคัญคือ ผลของ Jang และคณะ (2023) ชี้ว่ากลไกไม่ได้จบที่ผิวเมล็ด แต่ส่งผลต่อสรีรวิทยาของต้นกล้าหลังงอกด้วย ซึ่งเป็นประเด็นที่ยังเปิดสำหรับการวิจัยต่อ

หัวปล่อยพลาสมาหลายหัวทำงานพร้อมกันเหนือเมล็ดพันธุ์

หัวปล่อยพลาสมาหลายหัวทำงานพร้อมกันเหนือเมล็ดพันธุ์

เทียบกับการเคลือบสารเคมีแล้วต่างกันอย่างไร

ทั้งสองวิธีแก้ปัญหาคนละแบบ และแลกคนละอย่าง ตารางนี้เทียบให้เห็นจุดที่ต้องตัดสินใจ

ประเด็น การเคลือบสารเคมี พลาสมาเย็น
สารตกค้างบนเมล็ด มี ต้องสำแดงและบริหารค่าสูงสุดตามตลาดปลายทาง ไม่เพิ่มสารใหม่บนเมล็ด
ต้นทุนต่อเนื่อง มีต้นทุนสารทุกล็อต ต้นทุนหลักคือค่าไฟและค่าบำรุงรักษาเครื่อง
การรับรองเกษตรอินทรีย์ มีข้อจำกัดในหลายกรอบมาตรฐาน อยู่ในกลุ่มวิธีการทางกายภาพ ซึ่งหน่วยรับรองส่วนใหญ่ยอมรับ แต่ต้องยืนยันเป็นรายกรณี
ผลต่อการงอก ป้องกันโรคเป็นหลัก ไม่ได้เร่งการดูดซึมน้ำ ปรับผิวให้ดูดน้ำเร็วขึ้น และลดเชื้อที่ผิวไปพร้อมกัน
ความปลอดภัยผู้ปฏิบัติงาน ต้องจัดการการสัมผัสสารและการเก็บสารอันตราย ไม่มีสารเคมีในกระบวนการ
สิ่งที่ยังต้องพิสูจน์ มีข้อมูลสะสมมานาน ต้องหาเงื่อนไขที่เหมาะกับแต่ละพันธุ์และแต่ละล็อตด้วยการทดสอบ

ประเด็นสุดท้ายในตารางคือสิ่งที่ต้องพูดให้ชัด พลาสมาเย็นไม่ใช่เทคโนโลยีที่ตั้งค่าครั้งเดียวแล้วใช้ได้กับทุกพันธุ์ ทุกความชื้น และทุกล็อต เงื่อนไขที่ให้ผลดีกับพันธุ์หนึ่งอาจไม่ใช่เงื่อนไขที่ดีที่สุดของอีกพันธุ์

ใครควรสนใจเรื่องนี้

บริการกลุ่มนี้เหมาะกับผู้ประกอบการที่มูลค่าเพิ่มจากคุณภาพเมล็ดพันธุ์สูงกว่าต้นทุนของกระบวนการบำบัดอย่างชัดเจน

กลุ่มที่ได้ประโยชน์ชัดที่สุด

  • บริษัทเมล็ดพันธุ์ข้าวเชิงพาณิชย์ที่ต้องการสร้างไลน์เมล็ดพันธุ์พรีเมียม
  • สหกรณ์การเกษตรและกลุ่มเกษตรกรที่ทำสัญญาผลิตข้าวอินทรีย์เพื่อส่งออก
  • โรงสีที่มีเครือข่ายเกษตรพันธสัญญา และต้องการคุมคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำ
  • ผู้ผลิตข้าวสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ที่ต้องรักษาเอกลักษณ์ของพันธุ์
  • หน่วยงานที่ดูแลศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวและต้องการยกระดับมาตรฐานเมล็ดพันธุ์

เริ่มต้นทดสอบอย่างไรให้ไม่เสียเงินเปล่า

ลำดับที่สมเหตุสมผลคือทดสอบเล็กก่อน แล้วค่อยขยาย ไม่ใช่ซื้อเครื่องก่อนแล้วค่อยหาเงื่อนไข

ขั้นแรกคือการวัดค่าตั้งต้นของล็อตจริง ทั้งความชื้นของเมล็ด เปอร์เซ็นต์ความงอกฐาน และปริมาณจุลินทรีย์เริ่มต้น ถ้าไม่มีค่าตั้งต้น ผลหลังบำบัดก็ไม่มีอะไรให้เทียบ

ขั้นที่สองคือการทดสอบประสิทธิภาพเบื้องต้นในขนาดแบตช์เล็ก โดยใช้เมล็ดจากล็อตจริงของผู้ประกอบการเอง ไม่ใช่เมล็ดตัวอย่างจากที่อื่น ผลที่ได้ในขั้นนี้ไม่ใช่คำรับประกันเปอร์เซ็นต์การงอกที่จะเพิ่มขึ้น แต่เป็นข้อมูลสำหรับตัดสินใจว่าจะไปต่อหรือหยุด

ขั้นที่สามคือการออกแบบกระบวนการและเครื่องตามอัตราการไหลจริงของสายการผลิต (production line) พร้อมคู่มือปฏิบัติงานและการฝึกอบรมทีมที่จะเดินระบบ

ขั้นสุดท้ายคือการตรวจสอบประสิทธิภาพโดยผู้ตรวจที่แยกจากผู้พัฒนาเทคโนโลยี ในกรณีของ TIBD การตรวจสอบดำเนินการโดย VISBIO บริษัทในเครือที่ทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบอิสระ ครอบคลุมอัตราการงอก ดัชนีความแข็งแรงของเมล็ด ระยะเวลาการงอกเฉลี่ย และการลดจุลินทรีย์ การแยกบทบาทแบบนี้ทำให้ทีมจัดซื้อและทีมตรวจสอบของลูกค้ามีเอกสารที่ใช้ชี้แจงต่อได้

สำหรับการขึ้นทะเบียนและการค้า มาตรฐานที่ผู้ซื้อเมล็ดพันธุ์ในตลาดสากลรับรู้คือแนวปฏิบัติของ International Seed Testing Association (ISTA) ซึ่งกำหนดวิธีทดสอบความงอก ความบริสุทธิ์ และสุขภาพของเมล็ดพันธุ์

เมล็ดข้าวที่ไม่ผ่านพลาสมาน้ำตั้งเป็นหยด ส่วนที่ผ่านแล้วน้ำแผ่ราบ

เมล็ดข้าวที่ไม่ผ่านพลาสมาน้ำตั้งเป็นหยด ส่วนที่ผ่านแล้วน้ำแผ่ราบ

สรุป สี่ข้อก่อนตัดสินใจ

สี่ข้อที่ควรจำก่อนตัดสินใจ

  • พลาสมาเย็นเปลี่ยนผิวเมล็ดข้าวจากไม่ชอบน้ำให้เป็นชอบน้ำ เมล็ดจึงดูดน้ำได้เร็วขึ้นและงอกสม่ำเสมอขึ้น
  • งานที่เป็นจุดตั้งต้นของสายงานนี้ในไทยคือ Khamsen และคณะ (2016) ตีพิมพ์ใน ACS Applied Materials & Interfaces
  • ต่างจากการเคลือบสารเคมีตรงที่ไม่ได้เติมสารลงบนเมล็ด แต่แลกกับการต้องหาเงื่อนไขที่พอดีกับพันธุ์และล็อตของตัวเอง
  • คุ้มเมื่อมูลค่าเพิ่มจากคุณภาพเมล็ดสูงกว่าต้นทุนการบำบัดชัดเจน และต้องทดสอบเล็กก่อน ไม่ใช่ซื้อเครื่องก่อนแล้วค่อยหาเงื่อนไข

คำถามที่พบบ่อย

พลาสมาเย็นทำให้เมล็ดเสียหายหรือไม่

ในเงื่อนไขที่ออกแบบถูกต้อง เมล็ดจะไม่ได้รับความร้อนและยังคงความมีชีวิตไว้ งานวิจัยที่อ้างถึงข้างต้นรายงานว่าเมล็ดยังงอกได้ตามปกติหลังการบำบัด อย่างไรก็ตาม การให้พลังงานสูงเกินไปหรือนานเกินไปสามารถลดความงอกได้ จึงต้องหาเงื่อนไขที่เหมาะสมด้วยการทดสอบทุกครั้ง ไม่ใช่ใช้ค่าจากเอกสารของพันธุ์อื่น

เมล็ดที่ผ่านพลาสมาแล้วเก็บได้นานเท่าเดิมหรือไม่

การเปลี่ยนสภาพผิวให้ชอบน้ำมากขึ้นหมายความว่าเมล็ดดูดความชื้นจากอากาศได้ง่ายขึ้นด้วย การเก็บรักษาหลังการบำบัดจึงต้องคุมความชื้นและบรรจุภัณฑ์ (packaging) ให้เหมาะสม ระยะเวลาที่เก็บได้จริงต้องกำหนดจากผลการทดสอบของแต่ละระบบ ไม่ใช่ตัวเลขกลาง

ใช้กับข้าวอินทรีย์ได้หรือไม่

พลาสมาเย็นจัดอยู่ในกลุ่มวิธีการบำบัดทางกายภาพ ซึ่งกรอบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ส่วนใหญ่ยอมรับ แต่การยืนยันขั้นสุดท้ายขึ้นอยู่กับหน่วยรับรองที่ดูแลใบรับรองของแต่ละราย จึงควรหารือกับหน่วยรับรองก่อนนำเข้าสู่สายการผลิตจริง

ต้องลงทุนเท่าไร

ตัวเลขการลงทุนขึ้นอยู่กับปริมาณเมล็ดที่ต้องบำบัดต่อชั่วโมง รูปแบบของสายการผลิตที่มีอยู่ และข้อจำกัดของสถานที่ จึงเป็นตัวเลขที่พัฒนาร่วมกันหลังการทดสอบเบื้องต้น ไม่ใช่ราคามาตรฐานที่ประกาศล่วงหน้าได้

Cold Plasma Rice Seed Priming กับ Seed Treatment ต่างกันอย่างไร

ในเอกสารภาษาอังกฤษ คำว่า Seed Priming มักหมายถึงการปรับสภาพเมล็ดให้พร้อมงอก ส่วน Seed Treatment มักหมายถึงการจัดการเชื้อที่ติดมากับเมล็ด พลาสมาเย็นทำทั้งสองอย่างในขั้นตอนเดียว เอกสารจึงใช้ทั้งสองคำสลับกันได้

คุยโจทย์ของคุณกับทีม TIBD

ถ้ามีล็อตเมล็ดพันธุ์ข้าวที่อยากรู้ว่าพลาสมาเย็นช่วยได้แค่ไหน สิ่งที่เราอยากเห็นก่อนคือตัวเลขตั้งต้นของล็อตจริง ไม่ใช่คำถามว่าเครื่องราคาเท่าไร

TIBD ทำงานร่วมกับนักวิจัยและเจ้าของเทคโนโลยี เพื่อให้งานวิจัยเดินต่อจากห้องปฏิบัติการไปถึงสายการผลิตจริง สิ่งแรกที่เราทำคือประเมินร่วมกันว่าโจทย์ของคุณเหมาะกับเทคโนโลยีนี้จริงหรือไม่ ถ้าประเมินแล้วไม่เหมาะ เราจะบอกตั้งแต่ต้น

ทักไลน์ @tibdglobal หรือกรอกแบบฟอร์มที่ tibdglobal.com/contact แล้วเล่าโจทย์ในกระบวนการของคุณมาได้เลย

โลโก้ LINE

อ่านต่อ

← กลับหน้าหลัก Cold Plasma · บริการพลาสมาเย็น · ติดต่อทีมงาน

แหล่งข้อมูล

Khamsen และคณะ (2016) ACS Applied Materials & Interfaces DOI: 10.1021/acsami.6b04555 · Rongsangchaicharean และคณะ (2022) Plasma Chemistry and Plasma Processing และ Journal of Physics D: Applied Physics · Jang และคณะ (2023) Applied Biological Chemistry DOI: 10.1186/s13765-023-00852-9 · Suwannarat และคณะ (2025) Results in Engineering · กรอบกฎระเบียบ: Regulation (EC) No 396/2005, ECHA classification (Mancozeb), Positive List System ของกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการ ประเทศญี่ปุ่น, International Rules for Seed Testing (ISTA) · งานวิจัยพลาสมาเย็นในประเทศไทยโดย รศ.ดร.ศิวพล ศรีสนพันธุ์ ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

เกี่ยวกับ TIBD

บริษัท ทีไอบีดี จำกัด ทำงานร่วมกับนักวิจัยและเจ้าของเทคโนโลยี เพื่อให้งานวิจัยเดินต่อจากห้องปฏิบัติการไปสู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม ตั้งแต่การประเมินความเป็นไปได้ การออกแบบการทดสอบ การสร้างต้นแบบ ไปจนถึงการขยายขนาด (scale-up) การผลิต โดยมี VISBIO บริษัทในเครือทำหน้าที่ตรวจสอบประสิทธิภาพอย่างเป็นอิสระ สำนักงานตั้งอยู่ที่สถาบันผลิตผลเกษตรฯ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน