Thai Herbal Product Stability Testing Service (Herbal Product Stability Hub): Covering 14 Herbal Dosage Forms

฿15,000.00

คำอธิบาย

อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยกำลังขยายตัวต่อเนื่อง ทั้งในตลาดในประเทศที่ผู้บริโภคหันมาดูแลสุขภาพด้วยภูมิปัญญาดั้งเดิม และในตลาดส่งออกที่ผู้นำเข้าในอาเซียน ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกาให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ จุดร่วมของทั้งสองตลาดคือเงื่อนไขการพิสูจน์อายุการเก็บรักษาและความคงตัวของสารสำคัญ

ความท้าทายของผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยอยู่ที่ความซับซ้อนทางเคมี องค์ประกอบไม่ได้มาจากสารบริสุทธิ์ตัวเดียวเหมือนยาแผนปัจจุบัน แต่เป็นกลุ่มสารหลายตัวที่แปรผันตามแหล่งปลูก ฤดูกาลเก็บเกี่ยว วิธีสกัด และระบบบรรจุภัณฑ์ การทดสอบความคงตัวที่ตั้งใจทำตามมาตรฐานสากลและเภสัชตำรับสมุนไพรไทย (Thai Herbal Pharmacopoeia: THP 2021) จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างเอกสารทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และใช้เจรจากับผู้นำเข้าต่างประเทศ

บริการของ TIBD ออกแบบเฉพาะสำหรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย ครอบคลุมโปรโตคอลทดสอบความคงตัวตาม ICH Q1A(R2) สภาวะ ASEAN Zone IVb และเกณฑ์ THP 2021 พร้อมการวิเคราะห์สารบ่งชี้ (Marker Compound) และการพิมพ์ลายนิ้วมือทางพฤกษเคมี (TLC/HPTLC Fingerprinting) ร่วมกับ VISBIO ผู้ตรวจสอบอิสระ (Independent Quality Assurance Verifier: IQAV) ที่ใช้วิธีวิเคราะห์ที่ผ่านการตรวจสอบความถูกต้อง (Validated Method per ICH Q2(R1)) บทความนี้เป็นหน้า Hub ที่นำท่านไปยังบริการทดสอบความคงตัวของผลิตภัณฑ์สมุนไพร 14 รูปแบบที่ TIBD ให้บริการ

ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย คืออะไร นิยามและขอบเขตตาม พ.ร.บ. 2562

ผลิตภัณฑ์สมุนไพร (Herbal Product) ตามนิยามของพระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562 หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบหลักจากพืช สัตว์ จุลินทรีย์ หรือแร่ธาตุ ซึ่งใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการดูแลรักษาสุขภาพ บำบัด บรรเทา ป้องกัน หรือรักษาโรค ครอบคลุมทั้งยาแผนไทย ยาแผนทางเลือก สมุนไพรเดี่ยวและตำรับยาสมุนไพร และผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพ

สมุนไพรไทยที่นิยมใช้ในผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ครอบคลุมหลากหลายชนิด เช่น ขมิ้นชัน (Curcuma longa) ที่ใช้สารบ่งชี้ Curcuminoids ฟ้าทะลายโจร (Andrographis paniculata) ที่ใช้ Andrographolide กระชายขาว (Kaempferia parviflora) ที่ใช้ Methoxyflavones ใบบัวบก (Centella asiatica) ที่ใช้ Asiaticoside มะรุม (Moringa oleifera) ที่ใช้สารกลุ่ม Glucosinolates และมะขามป้อม (Phyllanthus emblica) ที่ใช้สารกลุ่ม Tannins

ตลาดผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยมีโครงสร้างที่ผู้ผลิตต้องคำนึงถึงเสมอ ด้านในประเทศ ผู้บริโภคต้องการผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการขึ้นทะเบียนกับ อย. มีฉลากที่ระบุอายุการเก็บรักษาที่ชัดเจน และมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ ด้านส่งออก ผู้นำเข้าต่างประเทศต้องการเอกสารคุณสมบัติผลิตภัณฑ์ที่อิงมาตรฐาน ASEAN และ ICH พร้อมข้อมูล Marker Compound ที่วิเคราะห์ด้วย โครมาโทกราฟีของเหลวสมรรถนะสูง (HPLC) หรือเทคนิคที่เทียบเท่า

บริการทดสอบความคงตัวผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย (Herbal Product Stability Hub): ครอบคลุม 14 รูปแบบยาสมุนไพร

รูปแบบยาสมุนไพร 14 ประเภทที่ TIBD รองรับ

TIBD ให้บริการทดสอบความคงตัวผลิตภัณฑ์สมุนไพรครอบคลุม 14 รูปแบบยา (Dosage Form) แต่ละรูปแบบมีโปรโตคอลและพารามิเตอร์การทดสอบเฉพาะ ที่ออกแบบให้ตอบโจทย์ลักษณะทางกายภาพ เคมี และจุลชีววิทยาของรูปแบบนั้น

กลุ่มผลิตภัณฑ์ชนิดแข็ง รับประทาน ครอบคลุม ยาเม็ดสมุนไพรไม่เคลือบ (Plain Herbal Tablet) ยาเม็ดเคลือบฟิล์มสมุนไพร (Film-Coated Tablet) ยาเม็ดเคี้ยวสมุนไพร (Chewable Herbal Tablet) เม็ดฟู่สมุนไพร (Effervescent Tablet) ลูกกลอนสมุนไพร (Herbal Pill) แคปซูลสมุนไพรอ่อน (Herbal Licap/Soft Capsule) แคปซูลสมุนไพรแข็งและแกรนูล (Hard Capsule and Granules) ซอฟท์เจลและลูกอมสมุนไพร (Softgel and Lozenges) ซองชงสมุนไพร (Herbal Sachet) และผงสมุนไพรชง (Herbal Powder)

กลุ่มผลิตภัณฑ์ชนิดเหลว ครอบคลุม น้ำเชื่อมสมุนไพร (Herbal Syrup) ยาน้ำสมุนไพร (Herbal Oral Liquid) เครื่องดื่มสมุนไพรพร้อมดื่ม (Herbal RTD) กัมมี่สมุนไพร (Herbal Gummy) เยลลี่สมุนไพร (Herbal Jelly) และชาสมุนไพรพร้อมชง (Herbal Tea)

กลุ่มผลิตภัณฑ์ใช้ภายนอก ครอบคลุม ยาหม่องสมุนไพร (Herbal Balm) เจลสมุนไพร (Herbal Gel) ครีมสมุนไพร (Herbal Cream) สเปรย์สมุนไพร (Herbal Spray) น้ำมันสมุนไพร (Herbal Medicated Oil) และยาดมสมุนไพร (Herbal Inhaler)

ผู้สนใจรายละเอียดของแต่ละรูปแบบสามารถเข้าถึงบทความเฉพาะที่ครอบคลุมพารามิเตอร์เฉพาะ เกณฑ์ THP 2021 และข้อพิจารณาด้านบรรจุภัณฑ์สำหรับรูปแบบนั้น ๆ บทความเฉพาะแต่ละรูปแบบให้รายละเอียดเชิงเทคนิคที่ลึกกว่าและความท้าทายเฉพาะของรูปแบบยาแต่ละชนิด

หัวใจของการทดสอบสมุนไพร: Marker Compound และ TLC Fingerprinting

ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างการทดสอบความคงตัวของผลิตภัณฑ์สมุนไพรกับผลิตภัณฑ์ยาแผนปัจจุบัน คือสมุนไพรมีองค์ประกอบทางเคมีที่ซับซ้อน การวัดเพียง Marker Compound ตัวเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะแสดงเสถียรภาพของผลิตภัณฑ์โดยรวม จึงต้องใช้สองเทคนิคคู่กัน

การวิเคราะห์ Marker Compound ใช้ โครมาโทกราฟีของเหลวสมรรถนะสูง (High Performance Liquid Chromatography: HPLC) หรือ Ultra Performance Liquid Chromatography (UPLC) สำหรับสารกลุ่มไม่ระเหย และใช้ Gas Chromatography-Mass Spectrometry (GC-MS) สำหรับสารระเหยในน้ำมันสมุนไพร ตัวอย่างการเลือก Marker เช่น ขมิ้นชันใช้ Curcuminoids (Curcumin, Demethoxycurcumin, Bisdemethoxycurcumin) ฟ้าทะลายโจรใช้ Andrographolide กระชายขาวใช้ Methoxyflavones (5,7-Dimethoxyflavone)

การพิมพ์ลายนิ้วมือทางพฤกษเคมี (TLC/HPTLC Fingerprinting) เป็นเทคนิคที่จับภาพรวมของสารกลุ่มหลายตัวพร้อมกัน ให้ค่าดัชนีความคล้ายคลึง (Similarity Index) ที่ใช้เปรียบเทียบระหว่างล็อตและระหว่างจุดเก็บตัวอย่างต่าง ๆ ในการทดสอบความคงตัว ค่าดัชนีที่สูงกว่า 0.95 บ่งชี้ว่าโปรไฟล์ทางเคมีของผลิตภัณฑ์ยังใกล้เคียงกับเริ่มต้น

การใช้ทั้งสองเทคนิคคู่กันให้ภาพที่สมบูรณ์ Marker Compound ตอบคำถามว่าสารออกฤทธิ์หลักยังอยู่ในปริมาณที่เพียงพอ ส่วน TLC Fingerprinting ตอบคำถามว่าโปรไฟล์ทางเคมีโดยรวมยังคงอยู่ในรูปแบบที่ผลิตและจดทะเบียนไว้

สภาวะการทดสอบและตารางการเก็บตัวอย่างตาม ASEAN Zone IVb

ประเทศไทยและกลุ่มประเทศอาเซียนอยู่ในเขตภูมิอากาศ ASEAN Zone IVb ซึ่งเป็นเขตร้อนชื้น สภาวะการทดสอบตามมาตรฐานสากลจึงต้องสะท้อนสภาพแวดล้อมจริงของตลาดเป้าหมาย

การทดสอบระยะยาว (Long-term Study) ใช้สภาวะ 30°C / 75% RH เป็นระยะเวลาขั้นต่ำ 12 เดือน และอาจขยายถึง 24-36 เดือนสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ต้องการกำหนดอายุการเก็บรักษาเต็มที่ การทดสอบแบบเร่ง (Accelerated Study) ใช้สภาวะ 40°C / 75% RH เป็นระยะเวลา 6 เดือน เพื่อสนับสนุนการขึ้นทะเบียนเบื้องต้นและการคาดการณ์อายุการเก็บรักษา การทดสอบแบบระยะกลาง (Intermediate Study) ใช้สภาวะ 30°C / 65% RH เป็นระยะเวลา 12 เดือน ในกรณีที่ผลการทดสอบแบบเร่งแสดงการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญ

จุดเก็บตัวอย่าง (Pull Points) มาตรฐานสำหรับการทดสอบระยะยาวอยู่ที่เดือน 0, 3, 6, 9, 12, 18, 24, 36 สำหรับการทดสอบแบบเร่งอยู่ที่เดือน 0, 1, 2, 3, 6 สำหรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีสารระเหย เช่น ยาหม่อง น้ำมันสมุนไพร และยาดม TIBD เพิ่มจุดเก็บตัวอย่างรายเดือนในช่วง 6 เดือนแรกเพื่อจับการเปลี่ยนแปลงของสารระเหยอย่างละเอียด

บริการทดสอบความคงตัวผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย (Herbal Product Stability Hub): ครอบคลุม 14 รูปแบบยาสมุนไพร

เกณฑ์ยอมรับตามเภสัชตำรับสมุนไพรไทย (THP 2021)

เภสัชตำรับสมุนไพรไทย (Thai Herbal Pharmacopoeia: THP) ฉบับ 2021 กำหนดเกณฑ์ยอมรับ (Acceptance Criteria) ที่เฉพาะเจาะจงสำหรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร ซึ่งใช้คู่กับมาตรฐาน ICH Q1A(R2)

สำหรับปริมาณสารบ่งชี้ ที่วันแรกต้องอยู่ในช่วงที่ระบุในเอกสารคุณสมบัติผลิตภัณฑ์ (โดยทั่วไป 90-110% ของปริมาณที่กำหนด) และตลอดอายุการเก็บรักษาต้องไม่ต่ำกว่า 90% ของค่าเริ่มต้น สำหรับการพิมพ์ลายนิ้วมือ ค่า Similarity Index ระหว่าง T0 และ Tx ต้องไม่ต่ำกว่า 0.95

สำหรับเกณฑ์เฉพาะตามรูปแบบยา ลูกกลอนและผลิตภัณฑ์แห้งต้องมีค่ากิจกรรมของน้ำ (Water Activity: aw) ไม่เกิน 0.60 เพื่อยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ ยาหม่องและน้ำมันสมุนไพรต้องรักษาสารระเหยได้ไม่ต่ำกว่า 85-90% และผ่านการทดสอบความคงทนของกลิ่น เครื่องดื่มสมุนไพรพร้อมดื่มและน้ำเชื่อมต้องผ่านการทดสอบจุลินทรีย์ (Microbial Limit Test) ทุกจุดเก็บตัวอย่าง

สำหรับการตรวจสอบสารปนเปื้อน เภสัชตำรับสมุนไพรไทยกำหนดให้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรต้องผ่านการทดสอบโลหะหนัก (Heavy Metal Testing) สารตกค้างยาฆ่าแมลง (Pesticide Residue) และอะฟลาทอกซิน (Aflatoxin) ในจุดเก็บตัวอย่างเริ่มต้น แม้พารามิเตอร์เหล่านี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงตามเวลา แต่เป็นข้อมูลที่ต้องประกอบการขึ้นทะเบียน

ข้อกำหนดทางกฎหมายและการขึ้นทะเบียนกับ อย.

พระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562 กำหนดให้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ต้องมีข้อมูลความคงตัวจากการทดสอบตามมาตรฐาน ICH Q1A(R2) หรือเทียบเท่า และต้องระบุอายุการเก็บรักษาบนฉลากที่อิงข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่การประมาณการตามผลิตภัณฑ์อื่น

แนวทาง ASEAN Guideline on Stability Study of Drug Products (2013) กำหนดเพิ่มเติมว่าสภาวะการทดสอบต้องเหมาะสมกับเขตภูมิอากาศ Zone IVb สำหรับผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในอาเซียน ความถี่ในการเก็บตัวอย่างต้องสอดคล้องกับ ICH Q1A(R2) และข้อมูลที่นำเสนอต้องครอบคลุมการศึกษาอย่างน้อย 3 ล็อตการผลิต

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนในกลุ่มยาแผนไทย (Traditional Thai Medicine) ตามตำรับยาในประกาศกระทรวงสาธารณสุข ข้อกำหนดทางความคงตัวอาจมีรายละเอียดที่แตกต่างจากผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพ TIBD ออกแบบโปรโตคอลที่ตอบโจทย์ทั้งสองประเภทตามคำขอเฉพาะของลูกค้า

การส่งออกผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยสู่ตลาดอาเซียนและสากล

การส่งออกผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยไปยังตลาดต่างประเทศมีโอกาสและความท้าทายในมิติของเอกสารคุณภาพ ผู้นำเข้าในอาเซียน เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ต้องการข้อมูลความคงตัวที่อิง ICH Q1A(R2) และ ASEAN Stability Guideline พร้อม Certificate of Analysis (COA) ที่แสดง Marker Compound และผลการทดสอบจุลินทรีย์

ในตลาดญี่ปุ่นและสหภาพยุโรป ผู้นำเข้าให้ความสำคัญกับ TLC/HPTLC Fingerprinting และข้อมูลที่ครอบคลุมการศึกษา 3 ล็อตที่ระยะยาว 24 เดือน สำหรับตลาดสหรัฐอเมริกาภายใต้ DSHEA (Dietary Supplement Health and Education Act) ผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่จัดเป็น Dietary Supplement ต้องมีข้อมูล cGMP (Current Good Manufacturing Practice) และข้อมูลความคงตัวสนับสนุนการกำหนด Best Before Date

ข้อได้เปรียบของผู้ผลิตที่ทดสอบภายใต้สภาวะ ASEAN Zone IVb คือข้อมูลนี้ครอบคลุมสภาพแวดล้อมที่รุนแรงกว่าหลายตลาดเป้าหมาย ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบในประเทศไทยมีความน่าเชื่อถือสูงในตลาดที่มีสภาพอากาศอ่อนกว่า

การส่งออกผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยสู่ตลาดอาเซียนและสากล

การส่งออกผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยไปยังตลาดต่างประเทศมีโอกาสและความท้าทายในมิติของเอกสารคุณภาพ ผู้นำเข้าในอาเซียน เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ต้องการข้อมูลความคงตัวที่อิง ICH Q1A(R2) และ ASEAN Stability Guideline พร้อม Certificate of Analysis (COA) ที่แสดง Marker Compound และผลการทดสอบจุลินทรีย์

ในตลาดญี่ปุ่นและสหภาพยุโรป ผู้นำเข้าให้ความสำคัญกับ TLC/HPTLC Fingerprinting และข้อมูลที่ครอบคลุมการศึกษา 3 ล็อตที่ระยะยาว 24 เดือน สำหรับตลาดสหรัฐอเมริกาภายใต้ DSHEA (Dietary Supplement Health and Education Act) ผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่จัดเป็น Dietary Supplement ต้องมีข้อมูล cGMP (Current Good Manufacturing Practice) และข้อมูลความคงตัวสนับสนุนการกำหนด Best Before Date

ข้อได้เปรียบของผู้ผลิตที่ทดสอบภายใต้สภาวะ ASEAN Zone IVb คือข้อมูลนี้ครอบคลุมสภาพแวดล้อมที่รุนแรงกว่าหลายตลาดเป้าหมาย ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบในประเทศไทยมีความน่าเชื่อถือสูงในตลาดที่มีสภาพอากาศอ่อนกว่า

บทบาทของ VISBIO ในฐานะ IQAV ที่รับรองข้อมูล

ความน่าเชื่อถือของรายงานการทดสอบความคงตัวผลิตภัณฑ์สมุนไพรขึ้นกับความเป็นอิสระของผู้วิเคราะห์ VISBIO ในฐานะผู้ตรวจสอบอิสระ (Independent Quality Assurance Verifier: IQAV) ทำหน้าที่วิเคราะห์ Marker Compound ทำ TLC/HPTLC Fingerprinting และการทดสอบจุลินทรีย์ของตัวอย่างที่ผ่านการเก็บที่จุดเก็บตัวอย่างต่าง ๆ ของ TIBD โดยใช้วิธีวิเคราะห์ที่ผ่านการตรวจสอบความถูกต้อง (Validated Method per ICH Q2(R1)) มีระบบเอกสารกำกับทุกขั้นตอน (Traceability) และดำเนินการตามหลักปฏิบัติมาตรฐาน ISO/IEC 17025

สำหรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยที่มีความซับซ้อนสูง การมี IQAV ที่เป็นบุคคลที่สามทำให้ผู้นำเข้าต่างประเทศและหน่วยงานกำกับดูแลในอาเซียน ญี่ปุ่น และยุโรป มั่นใจในข้อมูลที่นำเสนอ ลดข้อสงสัยและคำถามเพิ่มเติมในขั้นตอนการขึ้นทะเบียน

ความเชี่ยวชาญของทีมงาน TIBD

บริการทดสอบความคงตัวผลิตภัณฑ์สมุนไพรดำเนินการร่วมกับ ดร.วุฒิพงษ์ ผาณิตเศรษฐกร ที่ปรึกษาและผู้ร่วมก่อตั้ง ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดการเทคโนโลยีเชิงพาณิชย์สำหรับอุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม และคุณมัญฑมน อุตโม นักพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์อาวุโส (Advanced Formulator) ที่มีประสบการณ์ในการพัฒนาสูตรและการเลือกระบบบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมสำหรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย ทีมเรามีผู้เชี่ยวชาญที่เป็นนักวิจัยในสาย Phytochemistry, Pharmacognosy และ Botanical Standardization และนักวิจัยในเครือข่ายที่ครอบคลุมการวิเคราะห์ Marker Compound การทำ HPTLC Fingerprinting และการประเมินจุลชีววิทยาของผลิตภัณฑ์สมุนไพร

ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยของท่านพร้อมขึ้นทะเบียนกับ อย. หรือพร้อมส่งออกแล้วหรือยัง หากต้องการข้อมูลความคงตัวที่อิง ICH Q1A(R2), ASEAN Stability Guideline และเภสัชตำรับสมุนไพรไทย (THP 2021) สำหรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรในรูปแบบใด ติดต่อ TIBD เพื่อรับการออกแบบโปรโตคอลเฉพาะสำหรับผลิตภัณฑ์ของท่าน ติดต่อ TIBD ได้ที่ คลิก

เอกสารอ้างอิง (References)

สอบถามเกี่ยวกับThai Herbal Product Stability Testing Service (Herbal Product Stability Hub): Covering 14 Herbal Dosage Forms

กรอกข้อมูลของคุณในแบบสอบถามด้านล่างเพื่อติดต่อเรา ทางเราจะตอบกลับให้เร็วที่สุด