โบรมีเลน (Bromelain) ดูอย่างไรให้คุ้มค่า: ทำไมค่า GDU สำคัญกว่าเปอร์เซ็นต์และราคาต่อกิโลกรัม
เขียนโดย ทีมที่ปรึกษา TIBD Co., Ltd.
สับปะรดเป็นพืชเศรษฐกิจที่ไทยผลิตได้ในปริมาณมหาศาล ข้อมูลจากกรมประชาสัมพันธ์ ระบุว่าในปี พ.ศ. 2566 คาดการณ์ผลผลิตไว้ราว 1.65 ล้านตัน และประมาณ 72% เข้าสู่โรงงานแปรรูปเพื่อส่งออก [1] ไทยยังครองตำแหน่งผู้ส่งออกสับปะรดกระป๋องอันดับหนึ่งของโลก ด้วยส่วนแบ่งตลาดราว 32% [1]
เมื่อผลผลิตเข้าโรงงานมาก ของเหลือจากการแปรรูปก็มากตาม ทั้งเปลือก แกน ลำต้น และจุก ล้วนเป็นแหล่งของ โบรมีเลน (Bromelain) เอนไซม์ย่อยโปรตีนที่อุตสาหกรรมอาหาร อาหารเสริม และเครื่องสำอางต้องการ
แต่ในทางปฏิบัติ เจ้าของแบรนด์จำนวนไม่น้อยยังเลือกซื้อผงโบรมีเลนแบบเดียวกับสารสกัดพืชทั่วไป คือเทียบกันที่ “เปอร์เซ็นต์” และ “ราคาต่อกิโลกรัม” ทั้งที่ตัวเลขซึ่งบอกคุณค่าของเอนไซม์ได้ตรงที่สุด คือ หน่วยกิจกรรมของเอนไซม์ (Enzyme Activity Unit) เช่น ค่า GDU
บทความนี้จะอธิบายว่า GDU คืออะไร ทำไมผงสองถุงที่ดูเหมือนกันจึงคุ้มค่าต่างกันได้หลายเท่า ปัจจัยใดในการผลิตที่ทำลายกิจกรรมของเอนไซม์ และฝ่ายจัดซื้อหรือฝ่าย R&D ควรอ่าน Spec และ COA อย่างไรก่อนตัดสินใจซื้อ
สับปะรดไทย: ของเหลือจากโรงงานที่เป็นแหล่งเอนไซม์มูลค่าสูง
งานวิจัยจากประเทศไทยที่ศึกษาของเหลือจากสับปะรดพันธุ์นางแลและภูแล พบว่าสัดส่วนของเหลือโดยน้ำหนักเป็นดังนี้ [2]
- เปลือก (Peel): 29–42%
- แกน (Core): 9–10%
- ลำต้น (Stem): 2–5%
- จุก (Crown): 2–4%
สารสกัดหยาบจากทุกส่วนมีกิจกรรมย่อยโปรตีน โดยสารสกัดจาก จุก ให้กิจกรรมการย่อยโปรตีนและปริมาณโปรตีนสูงสุดในการศึกษานั้น [2] ข้อมูลนี้ชี้ว่าโบรมีเลนไม่ได้อยู่แค่ในลำต้นเท่านั้น ของเหลือที่เคยเป็นภาระในการกำจัด จึงเปลี่ยนเป็นวัตถุดิบเพิ่มมูลค่าได้ หากออกแบบกระบวนการสกัดให้เหมาะสม
ในเชิงอุตสาหกรรม โบรมีเลนมักแบ่งตามแหล่งที่มาเป็น 2 กลุ่มหลัก
- โบรมีเลนจากลำต้น (Stem Bromelain, EC 3.4.22.32) เป็นรูปแบบที่อ้างอิงในข้อกำหนดของ US FDA [4]
- โบรมีเลนจากผล (Fruit Bromelain, EC 3.4.22.33) พบในเนื้อผลและส่วนที่เกี่ยวข้อง
ทั้งสองชนิดมีโครงสร้างและความจำเพาะต่อสับสเตรตต่างกันเล็กน้อย ดังนั้นเมื่อซื้อวัตถุดิบ ควรระบุแหล่งที่มา (ลำต้น ผล หรือของเหลือส่วนใด) ไว้ใน Spec ด้วยเสมอ

โบรมีเลนคืออะไร และทำไมคุณค่าจึงอยู่ที่ “ความสามารถในการทำงาน”
โบรมีเลนเป็นกลุ่มเอนไซม์โปรตีเอส (Protease) ชนิด ซิสเทอีนโปรตีเอส (Cysteine Protease) เรียกตามหมู่ไทออล (Thiol) ของกรดอะมิโนซิสเทอีนที่อยู่ในบริเวณเร่ง (Active Site) [3] ในทางปฏิบัติ “โบรมีเลน” ที่ซื้อขายกันคือ สารผสมเชิงซ้อน (Enzyme Complex) ซึ่งประกอบด้วยเอนโดเปปทิเดส (Endopeptidase) หลายชนิด ร่วมกับเอนไซม์อื่นและสารประกอบคาร์โบไฮเดรต [3]
หน้าที่หลักของโบรมีเลนคือการตัดพันธะเปปไทด์ (Peptide Bond) ของโปรตีน ในสหรัฐอเมริกา โบรมีเลนได้รับการยืนยันสถานะ GRAS (Generally Recognized as Safe) สำหรับใช้เป็นเอนไซม์ย่อยโปรตีนในอาหาร ภายใต้ 21 CFR 184.1024 [4]
ประเด็นสำคัญคือ เอนไซม์เป็นโปรตีนที่ทำงานได้เมื่อยังคงโครงสร้างสามมิติไว้ หากโครงสร้างเสียสภาพ (Denaturation) น้ำหนักผงยังเท่าเดิม แต่ความสามารถในการย่อยโปรตีนลดลงหรือหายไป นี่คือเหตุผลที่ “น้ำหนัก” หรือ “เปอร์เซ็นต์” บอกคุณค่าของเอนไซม์ได้ไม่ครบ
หน่วยกิจกรรมเอนไซม์: GDU คืออะไร และต่างจากหน่วยอื่นอย่างไร
GDU (Gelatin Digesting Unit) คืออะไร
GDU คือหน่วยที่วัดความสามารถของเอนไซม์ในการย่อยเจลาติน (Gelatin) ภายใต้สภาวะมาตรฐาน ตามวิธีวิเคราะห์ที่ผู้ผลิตเอนไซม์ใช้ นิยามไว้ว่า [5]
1 GDU คือปริมาณเอนไซม์ที่ปลดปล่อยอะมิโนไนโตรเจน (Amino Nitrogen) ได้ 1 มิลลิกรัม จากสารละลายเจลาตินมาตรฐาน ที่ pH 4.5 อุณหภูมิ 45°C ในเวลา 20 นาที
การวิเคราะห์นี้ใช้หลักการไทเทรตแบบฟอร์มอล (Formol Titration) เพื่อวัดหมู่อะมิโนที่เกิดขึ้นใหม่หลังการย่อย [5] ค่าที่รายงานบนเอกสารมักอยู่ในรูป GDU/g คือกิจกรรมต่อผง 1 กรัม

หน่วยอื่นที่อาจพบในเอกสารผู้ขาย
| หน่วย | ชื่อเต็ม | วัดจากอะไร | ข้อสังเกต |
|---|---|---|---|
| GDU/g | Gelatin Digesting Units | การย่อยเจลาติน | พบบ่อยในวัตถุดิบอาหารเสริม |
| MCU/g | Milk Clotting Units | การทำให้นมจับตัว | ใช้ในเอกสารผู้ผลิตบางราย |
| FCC PU/g | Papain Units ตาม Food Chemicals Codex | การย่อยโปรตีนตามวิธี FCC | ตัวเลขมีหลักล้านถึงหลักสิบล้าน |
| U/g หรือ CDU/g | หน่วยตามวิธีของผู้ผลิต | มักใช้เคซีน (Casein) เป็นสับสเตรต | ต้องดูวิธีวิเคราะห์ประกอบทุกครั้ง |
ข้อควรระวังคือ หน่วยเหล่านี้แปลงค่ากันได้ไม่แม่นยำ เพราะเอนไซม์แต่ละชนิดตัดพันธะเปปไทด์ต่างตำแหน่งกัน และสับสเตรตแต่ละชนิดตอบสนองไม่เท่ากัน [6] ผู้ขายบางรายให้ค่าเทียบโดยประมาณ เช่น โบรมีเลน 2,000 GDU/g เทียบได้ราว 30,000,000 FCC PU/g [6] แต่ค่าเทียบเช่นนี้ควรใช้เพื่อประมาณการเท่านั้น
ข้อแนะนำ: หากต้องเทียบวัตถุดิบจากผู้ขายหลายราย ให้กำหนดหน่วยและวิธีวิเคราะห์เดียวกันไว้ใน Spec หรือส่งตัวอย่างทุกรายวิเคราะห์ด้วยวิธีเดียวกัน ที่ห้องปฏิบัติการเดียวกัน เช่น บริการวิเคราะห์กิจกรรมเอนไซม์โปรติเอสของวิสไบโอ (VISBIO) ผลที่ได้อาจอยู่ในหน่วยตามวิธีของห้องปฏิบัติการ ไม่ใช่ GDU แต่เมื่อทุกตัวอย่างใช้วิธีเดียวกัน ก็เทียบกันได้อย่างเป็นธรรม
ตัวอย่างให้เห็นภาพ: ผงสองถุงที่ดูเหมือนกัน แต่คุ้มค่าต่างกัน
สมมติแบรนด์ได้รับเสนอราคาผงโบรมีเลน 2 ล็อต ที่ระบุเปอร์เซ็นต์และลักษณะภายนอกเหมือนกัน แต่ล็อต A ผ่านการทำแห้งที่อุณหภูมิสูงเกินไป ทำให้เอนไซม์เสียสภาพบางส่วน ส่วนล็อต B สกัดและทำแห้งภายใต้สภาวะที่ควบคุมอย่างดี
(ตัวเลขด้านล่างเป็นกรณีสมมติเพื่อประกอบการอธิบาย ไม่ใช่ราคาหรือค่ากิจกรรมอ้างอิงของตลาด)
| รายการ | ล็อต A | ล็อต B |
|---|---|---|
| กิจกรรมเอนไซม์ | 1,200 GDU/g | 2,400 GDU/g |
| ราคาต่อกิโลกรัม (สมมติ) | 2,500 บาท | 4,000 บาท |
| กิจกรรมรวมต่อ 1 กิโลกรัม | 1.2 ล้าน GDU | 2.4 ล้าน GDU |
| ต้นทุนต่อ 1 ล้าน GDU | ประมาณ 2,083 บาท | ประมาณ 1,667 บาท |
| ปริมาณผงที่ต้องใช้ หากสูตรกำหนด 600 GDU ต่อหน่วยบริโภค | 500 มก. | 250 มก. |
จากตาราง แม้ล็อต B แพงกว่าเมื่อดูราคาต่อกิโลกรัม แต่เมื่อคิดเป็น ต้นทุนต่อหน่วยกิจกรรม ล็อต B ถูกกว่าราว 20% และใช้ผงเพียงครึ่งเดียวเพื่อให้ได้กิจกรรมเท่ากัน
ผลต่อเนื่องในงานพัฒนาสูตรมีดังนี้
- ขนาดแคปซูลหรือเม็ดเล็กลง เหลือพื้นที่ให้สารออกฤทธิ์ตัวอื่นในสูตร
- ต้นทุนบรรจุและวัสดุช่วยผลิตลดลง เพราะปริมาณผงต่อหน่วยบริโภคน้อยลง
- ฉลากและเอกสารสอดคล้องกับความจริง เมื่อระบุค่ากิจกรรมที่ตรวจวัดได้จริงในแต่ละล็อต
สูตรคำนวณที่ใช้ได้ทันที:
ต้นทุนต่อ 1 ล้าน GDU = ราคาต่อกิโลกรัม ÷ (GDU/g × 1,000 ÷ 1,000,000)

ปัจจัยที่ทำให้กิจกรรมของโบรมีเลนลดลง
1. ความร้อน: ตัวแปรที่ทำลายเอนไซม์ได้ถาวร
งานวิจัยของไทยที่ศึกษาโบรมีเลนจากผลสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวีย (Smooth Cayenne) พบว่า [7]
- ที่ 40°C กิจกรรมไม่ลดลงตลอด 60 นาที
- ที่ 50°C กิจกรรมเหลือประมาณ 83% หลัง 60 นาที
- ที่ 80°C เอนไซม์เสียสภาพเกือบทั้งหมดภายใน 8 นาที
บทความทบทวนวรรณกรรมปี พ.ศ. 2569 สรุปในทิศทางเดียวกันว่า โบรมีเลนค่อนข้างคงตัวเมื่อให้ความร้อนถึงราว 60°C และถูกยับยั้งอย่างมากเมื่อเกิน 65°C [3] ดังนั้นทุกขั้นตอนที่มีความร้อน ตั้งแต่การสกัด การทำเข้มข้น การทำแห้ง ไปจนถึงการผลิตปลายทาง ต้องมีการกำหนดอุณหภูมิและเวลาอย่างชัดเจน
2. วิธีทำแห้ง: Freeze Dry กับ Spray Dry
งานวิจัยที่เปรียบเทียบการทำแห้งโบรมีเลนบริสุทธิ์บางส่วนรายงานว่า [8]
- การทำแห้งแบบพ่นฝอย (Spray Drying) ที่อุณหภูมิลมออก (Outlet Temperature) 40–50°C ให้ผลได้ (Yield) ประมาณ 50–70%
- การทำแห้งแบบแช่เยือกแข็ง (Freeze Drying) ให้ผลได้ประมาณ 96%
Freeze Drying จึงรักษากิจกรรมได้ดีกว่า เพราะน้ำระเหิดออกที่อุณหภูมิต่ำ แต่มีต้นทุนพลังงานและเวลาต่อรอบสูงกว่ามาก อ่านหลักการทำงานของเครื่องเพิ่มเติมได้ที่ บริการทำแห้งแบบแช่เยือกแข็ง (Freeze Dryer)
อย่างไรก็ตาม Spray Drying ไม่ได้แปลว่าคุณภาพต่ำเสมอไป ผลลัพธ์ขึ้นกับการควบคุมอุณหภูมิลมเข้าและลมออก เวลาที่อนุภาคสัมผัสความร้อน และการใช้สารพา (Carrier) หรือสารช่วยคงสภาพ เช่น มอลโทเดกซ์ทริน (Maltodextrin) สิ่งที่แบรนด์ควรถามผู้ขายจึงไม่ใช่แค่ “ทำแห้งด้วยวิธีอะไร” แต่คือ “กิจกรรมที่ตรวจวัดได้หลังทำแห้งคือเท่าไร และคงอยู่ได้นานแค่ไหน”

3. ค่า pH ระหว่างการสกัดและในสูตร
สารสกัดหยาบโบรมีเลนจากของเหลือสับปะรดไทยคงกิจกรรมสัมพัทธ์ได้มากกว่า 80% ในช่วง pH 3–9 และมีอุณหภูมิที่เหมาะสมในการทำงานราว 50–60°C [2] แต่เมื่อ pH สูงเกิน 10 เอนไซม์จะเสียกิจกรรมแบบถาวร [3] การควบคุม pH ของบัฟเฟอร์สกัด และ pH ของสูตรผลิตภัณฑ์ปลายทาง จึงสำคัญไม่แพ้อุณหภูมิ
4. ความชื้นและการเก็บรักษา
กิจกรรมของเอนไซม์ในผงแห้งยังลดลงได้ระหว่างการเก็บ โดยเฉพาะเมื่อผงดูดความชื้นหรือเก็บในที่อุณหภูมิสูง ข้อมูลวิชาการระบุว่าโบรมีเลนคงตัวได้นานเมื่อเก็บที่ −20°C [3] และงานด้านเครื่องสำอางแนะนำการเก็บที่อุณหภูมิต่ำ เช่น 4°C เพื่อรักษากิจกรรม [9]
ในการซื้อขายจริง ควรกำหนด สภาวะการเก็บ และ อายุการเก็บ (Shelf Life) ที่ยืนยันด้วยข้อมูลความคงตัว ไว้ใน Spec ไม่ใช่ใช้ตัวเลขอายุการเก็บแบบกว้างๆ โดยไม่มีข้อมูลรองรับ ข้อมูลนี้ได้จากการทดสอบความคงตัว (Stability Test) และอายุการเก็บรักษา โดยวัดค่ากิจกรรมเอนไซม์ซ้ำตามช่วงเวลาที่กำหนด
วิธีอ่าน Spec และ COA ของผงโบรมีเลนก่อนตัดสินใจซื้อ
ก่อนสั่งซื้อ ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่าย QC และฝ่าย R&D ควรตรวจเอกสารตามรายการต่อไปนี้
- ค่ากิจกรรมพร้อมหน่วย เช่น GDU/g ไม่ใช่เพียง “Bromelain 90%” หรือ “Purity 100%”
- วิธีวิเคราะห์ที่ใช้ อ้างอิงวิธีใด สภาวะ pH อุณหภูมิ และสับสเตรตอะไร
- ช่วงค่าที่ยอมรับ (Specification Range) เช่น ไม่น้อยกว่า 2,400 GDU/g ไม่ใช่ค่าเดียวลอยๆ
- ผลตรวจรายล็อตบน COA ตรงกับเลขล็อตที่ส่งมอบจริง และมีวันที่วิเคราะห์ชัดเจน
- แหล่งที่มาของเอนไซม์ ลำต้น ผล หรือของเหลือส่วนใด และชื่อวิทยาศาสตร์ Ananas comosus
- สารพาหรือสารเจือจาง (Carrier/Diluent) ชนิดและสัดส่วน เพราะส่งผลต่อค่ากิจกรรมต่อกรัม
- ความชื้น (Moisture หรือ Loss on Drying) ซึ่งสัมพันธ์กับความคงตัวระหว่างเก็บ
- คุณภาพด้านความปลอดภัย จุลินทรีย์ โลหะหนัก และสารตกค้างตามข้อกำหนดของตลาดเป้าหมาย
- สภาวะการเก็บและอายุการเก็บ พร้อมข้อมูลความคงตัวของกิจกรรมเอนไซม์
ข้อแนะนำเพิ่มเติม: ล็อตแรกที่รับเข้า ควรส่งตัวอย่างวิเคราะห์ค่ากิจกรรมซ้ำโดยห้องปฏิบัติการอิสระ เพื่อยืนยันว่าค่าบน COA ตรงกับของจริง และใช้เป็นค่าตั้งต้นในการติดตามคุณภาพของล็อตถัดไป
สำหรับเอนไซม์ที่ใช้ในการผลิตอาหาร ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 443) พ.ศ. 2566 กำหนดให้กิจกรรมของเอนไซม์ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ของค่าที่แจ้งไว้ [10] ค่ากิจกรรมบนเอกสารจึงต้องเป็นตัวเลขที่ตรวจวัดได้จริง ไม่ใช่ตัวเลขเพื่อการขาย
ออกแบบกระบวนการผลิตปลายทางไม่ให้ทำลายของดีที่ซื้อมา
การซื้อผงโบรมีเลนที่มีกิจกรรมสูงเป็นเพียงครึ่งทาง อีกครึ่งคือการออกแบบกระบวนการผลิตของแบรนด์เองไม่ให้กิจกรรมลดลงก่อนถึงมือผู้บริโภค
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Dietary Supplement)
- รูปแบบแคปซูลแข็งหรือเม็ด หลีกเลี่ยงขั้นตอนที่มีความร้อนสูงหรือเวลาสัมผัสความร้อนนาน
- ความชื้นในสูตร เลือกสารช่วยที่มีความชื้นต่ำ และควบคุมความชื้นในห้องผลิต
- บรรจุภัณฑ์ ใช้บรรจุภัณฑ์กันความชื้น และพิจารณาใส่สารดูดความชื้น (Desiccant)
- การเผื่อกิจกรรม (Overage) กำหนดจากข้อมูลความคงตัวจริงของสูตร ไม่ใช่ตัวเลขประมาณการ
- การติดตามความคงตัว วัดค่า GDU ของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปตามช่วงเวลาที่กำหนด
สกินแคร์ (Skincare)
ในเครื่องสำอาง โบรมีเลนถูกใช้เป็นสารช่วยผลัดเซลล์ผิวแบบเอนไซม์ (Enzymatic Exfoliation) โดยย่อยพันธะโปรตีนเคราติน (Keratin) ของเซลล์ผิวที่ตายแล้วบนชั้นผิวด้านนอก [9] งานทบทวนด้านเครื่องสำอางรายงานช่วง pH ที่ทำงานได้ดีราว 5.5–8.0 และอุณหภูมิเหมาะสมราว 50°C พร้อมระบุว่าการคงกิจกรรมในสูตรต้องอาศัยการเลือกสารช่วยคงสภาพอย่างสมดุล [9]
- เติมเอนไซม์ในช่วงที่สูตรเย็นตัวแล้ว (Cool-down Phase) ไม่เติมระหว่างขั้นตอนให้ความร้อน
- ตรวจความเข้ากันได้กับส่วนผสมอื่น เช่น สารลดแรงตึงผิว สารกันเสีย และค่า pH ของสูตร
- พิจารณารูปแบบผลิตภัณฑ์ ผงหรือผลิตภัณฑ์ปราศจากน้ำ (Anhydrous) ช่วยลดปัญหาความคงตัวในน้ำได้
- ทดสอบความคงตัวและความปลอดภัยต่อผิว ก่อนออกสู่ตลาด เพราะเอนไซม์ย่อยโปรตีนอาจก่อการระคายเคืองในผู้ใช้บางราย
ข้อควรระวังด้านกฎระเบียบและการสื่อสาร
- การใช้เป็นเอนไซม์ในการผลิตอาหาร ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 443) พ.ศ. 2566 เรื่อง เอนไซม์สำหรับใช้ในการผลิตอาหาร บัญชีแนบท้ายระบุโบรมีเลนทั้งชนิด Stem Bromelain (EC 3.4.22.32) และ Fruit Bromelain (EC 3.4.22.33) จากลำต้นหรือผลของสับปะรด (Ananas comosus) หรือสับปะรดสี (Ananas bracteatus) กำหนดการใช้ในอาหารที่มีโปรตีนเป็นวัตถุดิบ เช่น ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์ธัญพืช โปรตีนไฮโดรไลเสต และเบียร์ ในปริมาณตามหลัก GMP [10]
- ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอาง ห้ามสื่อสารสรรพคุณในเชิงบำบัด บรรเทา หรือรักษาโรค และข้อความโฆษณาต้องเป็นไปตามที่ อย. อนุญาต
- การส่งออก ตรวจข้อกำหนดของประเทศปลายทางเป็นรายตลาด เพราะสถานะของโบรมีเลนและข้อกล่าวอ้างที่อนุญาตแตกต่างกัน

อ่านเพิ่มเติม: การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอาง | บริการพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์สกินแคร์ | บริการทดสอบและวิเคราะห์สารสำคัญ
บทบาทของ TIBD ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากโบรมีเลน
TIBD ให้บริการที่ปรึกษาและพัฒนานวัตกรรมสุขภาพและความงามแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ สำหรับโบรมีเลน ทีมงานสามารถช่วยแบรนด์ได้ในประเด็นต่อไปนี้
- กำหนด Specification วัตถุดิบ ให้มีค่ากิจกรรม วิธีวิเคราะห์ และช่วงค่าที่ยอมรับได้ชัดเจน
- ประเมินเอกสารผู้ขาย อ่าน COA เทียบต้นทุนต่อหน่วยกิจกรรม และวางแผนตรวจยืนยันล็อตแรก
- ออกแบบกระบวนการสกัดและทำแห้ง ร่วมกับโรงงานผลิตสารสกัด เลือกระหว่าง Freeze Drying และ Spray Drying ให้สมดุลระหว่างกิจกรรมที่คงอยู่กับต้นทุน
- พัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ปลายทาง ทั้งอาหารเสริมและสกินแคร์ โดยคำนึงถึงความคงตัวของเอนไซม์ตลอดอายุผลิตภัณฑ์
- เตรียมความพร้อมด้านกฎระเบียบ ตรวจถ้อยคำบนฉลากและสื่อโฆษณาให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของ อย.
นอกจากนี้ TIBD มีงานวิจัยและพัฒนา สารสกัดโบรมีเลน (Bromelain Extract) จากสับปะรด ซึ่งมุ่งพัฒนารูปแบบของโบรมีเลนให้เอนไซม์มีความคงตัวมากขึ้น ร่วมกับสถาบันวิจัยทั้งในและต่างประเทศ แบรนด์ที่สนใจสามารถต่อยอดจากงานวิจัยนี้ได้ โดยไม่ต้องเริ่มพัฒนาตั้งแต่ศูนย์ ดูสารออกฤทธิ์อื่นที่ TIBD พัฒนาได้ที่ สารสกัดหรือสารออกฤทธิ์ (Active Ingredients)
สำหรับแบรนด์ที่ต้องการวัตถุดิบพร้อมใช้ ZUBB Biotech พันธมิตรด้านวัตถุดิบของ TIBD มีโบรมีเลนบริสุทธิ์ PuriBrome ซึ่งพัฒนาร่วมกับสถาบัน KAPI มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และระบุค่ากิจกรรมได้ถึงราว 2,400 GDU/กรัม
แนวทางที่ TIBD แนะนำสำหรับแบรนด์ที่จะใช้โบรมีเลน
- เปลี่ยนเกณฑ์เปรียบเทียบราคา จากบาทต่อกิโลกรัม เป็นบาทต่อหน่วยกิจกรรม (เช่น บาทต่อ 1 ล้าน GDU)
- ใช้หน่วยและวิธีวิเคราะห์เดียวกัน เมื่อต้องเทียบผู้ขายหลายราย
- ขอ COA รายล็อตทุกครั้ง และตรวจยืนยันล็อตแรกด้วยห้องปฏิบัติการอิสระ
- ถามถึงกระบวนการผลิต โดยเฉพาะอุณหภูมิระหว่างสกัดและทำแห้ง ไม่ใช่แค่ชื่อวิธี
- ออกแบบสูตรและกระบวนการของคุณเอง ให้คุมอุณหภูมิ ความชื้น และ pH ตลอดสายการผลิต
- สื่อสารอย่างถูกกฎหมาย เลี่ยงข้อความเชิงบำบัดรักษา และตรวจถ้อยคำก่อนเผยแพร่
ค่า GDU คือภาษาเดียวกันระหว่างผู้ผลิตกับเจ้าของแบรนด์
โบรมีเลนจากสับปะรดไทยเป็นตัวอย่างที่ดีของการเปลี่ยนของเหลือจากโรงงานให้เป็นวัตถุดิบมูลค่าสูง แต่มูลค่านั้นจะเกิดขึ้นจริงก็ต่อเมื่อเอนไซม์ยังทำงานได้ ตั้งแต่โรงสกัดจนถึงมือผู้บริโภค
เมื่อแบรนด์เริ่มซื้อขายด้วยค่ากิจกรรม เช่น GDU/g แทนเปอร์เซ็นต์และน้ำหนัก การเทียบราคาจะเป็นธรรมมากขึ้น การควบคุมคุณภาพจะนิ่งขึ้น และการพัฒนาสูตรจะตั้งอยู่บนตัวเลขที่ตรวจสอบได้
สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากโบรมีเลน ทั้งอาหารเสริมและสกินแคร์ หรือต้องการวัตถุดิบที่ระบุค่า GDU ได้ชัดเจนตั้งแต่กระบวนการสกัด คลิกเพื่อติดต่อทีมที่ปรึกษา TIBD เพื่อพูดคุยแนวทางที่เหมาะกับแบรนด์ของคุณ
อ้างอิง (References)
- Thailand Public Relations Department. Thailand drives to retain its status as the world’s largest canned pineapple exporter [Internet]. Bangkok: PRD; 2023 Apr 15 [cited 2026 Sep 29]. Available from: https://thailand.prd.go.th/en/content/category/detail/id/48/iid/174194
- Ketnawa S, Chaiwut P, Rawdkuen S. Pineapple wastes: a potential source for bromelain extraction. Food Bioprod Process. 2012;90(3):385-91. doi:10.1016/j.fbp.2011.12.006. Available from: https://doi.org/10.1016/j.fbp.2011.12.006
- Sanlier N, Irmak E, Ankarali E. Potential health benefits of bromelain: a critical review of the current literature. Front Nutr. 2026;13:1744666. doi:10.3389/fnut.2026.1744666. Available from: https://doi.org/10.3389/fnut.2026.1744666
- Bromelain. 21 C.F.R. Sect. 184.1024 [Internet]. Washington (DC): U.S. Government Publishing Office; [cited 2026 Sep 29]. Available from: https://www.ecfr.gov/current/title-21/chapter-I/subchapter-B/part-184/subpart-B/section-184.1024
- Enzyme Development Corporation. Gelatin Digestion Unit (GDU/g) assay [Internet]. New York: EDC; [cited 2026 Sep 29]. Available from: https://www.enzymedevelopment.com/wp-content/uploads/2011/10/ASSAY-Gelatin-Digestion-Unit-GDU-UNCONTROLLED.pdf
- NOW Foods. Bromelain FAQs [Internet]. Bloomingdale (IL): NOW Foods; [cited 2026 Sep 29]. Available from: https://www.nowfoods.com/healthy-living/FAQs/bromelain-faqs
- Jutamongkon R, Charoenrein S. Effect of temperature on the stability of fruit bromelain from Smooth Cayenne pineapple. Kasetsart J (Nat Sci). 2010;44(5):943-8. Available from: https://li01.tci-thaijo.org/index.php/anres/article/view/245008
- Devakate RV, Patil VV, Waje SS, Thorat BN. Purification and drying of bromelain. Sep Purif Technol. 2009;64(3):259-64. doi:10.1016/j.seppur.2008.09.012. Available from: https://doi.org/10.1016/j.seppur.2008.09.012
- Venetikidou M, Lykartsi E, Adamantidi T, Prokopiou V, Ofrydopoulou A, Letsiou S, et al. Proteolytic enzyme activities of bromelain, ficin, and papain from fruit by-products and potential applications in sustainable and functional cosmetics for skincare. Appl Sci. 2025;15(5):2637. doi:10.3390/app15052637. Available from: https://doi.org/10.3390/app15052637
- กระทรวงสาธารณสุข. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 443) พ.ศ. 2566 เรื่อง เอนไซม์สำหรับใช้ในการผลิตอาหาร [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา; 2566 [สืบค้นเมื่อ 29 ก.ย. 2569]. เข้าถึงได้จาก: https://food.fda.moph.go.th/food-law/announ-moph-443