TIBD ร่วมกับ ITERG จัดงาน “The Ingredient Advantage 2026” เปิดเวทีพัฒนา Branded Ingredient เชื่อมงานวิจัยสู่ธุรกิจสุขภาพและความงาม ผลักดันวัตถุดิบไทยที่มีหลักฐานรองรับ
เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2569 ณ IMPACT Culinova เมืองทองธานี บริษัท ทีไอบีดี จำกัด (TIBD Co., Ltd.) จัดงานสัมมนา “The Ingredient Advantage 2026” (TIA 2026) ภายใต้แนวคิด Branded Ingredient Development Forum โดยกำหนดหัวข้อหลักของงานไว้ว่า “ความแตกต่างที่คู่แข่งลอกเลียนไม่ได้ เริ่มต้นที่วัตถุดิบ” งานจัดขึ้นระหว่างเวลา 13.00-19.00 น. มีผู้ประกอบการและผู้บริหารด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมสุขภาพและความงามเข้าร่วม
งานครั้งนี้จัดขึ้นร่วมกับ ITERG สถาบันเทคนิคอุตสาหกรรมด้านน้ำมันและไขมันจากประเทศฝรั่งเศส ในฐานะพันธมิตรนานาชาติ พร้อมผู้สนับสนุนร่วม ได้แก่ NICHAMAE INTER, VisBio, TEBC และ FINECO กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการบรรยายจากวิทยากรรวม 5 ช่วง การจัดแสดงวัตถุดิบ (Ingredient Showcase) และกิจกรรมเจรจาความร่วมมือทางธุรกิจ (Partnering Dinner) ในช่วงท้ายของงาน



Where Differentiation Truly Begins
ช่วงแรกของการบรรยาย (14.10-14.40 น.) ดร.วุฒิพงษ์ ผาณิตเศรษฐกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง (CEO & Co-Founder) ของ TIBD นำเสนอหัวข้อ “Where Differentiation Truly Begins” หรือ “ความแตกต่างที่คู่แข่งลอกไม่ได้ เริ่มก่อนสูตร” เนื้อหาการบรรยายชี้ให้เห็นว่าความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ไม่ได้เกิดจากสารให้เนื้อสัมผัส สี น้ำหอม หรือสารกันเสีย ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่ผู้ผลิตแทบทุกรายจัดหาได้จากแหล่งเดียวกัน แต่เกิดจากสารออกฤทธิ์ (Active Ingredient) ที่มีชื่อ มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ และมีเจ้าของชัดเจน
การบรรยายอ้างอิงข้อมูลจากการสำรวจของทีม TIBD ที่สัมภาษณ์ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ 8 ราย และผู้จัดการฝ่ายวิจัยและพัฒนา 7 รายของโรงงานรับจ้างผลิต (OEM) ไทย เมื่อเดือนเมษายน 2568 ผลสำรวจพบว่าต้นทุนเนื้อสูตรคิดเป็นประมาณ 11% ของราคาขายปลีก และสารออกฤทธิ์มีสัดส่วนสูงถึงประมาณ 68% ของต้นทุนเนื้อสูตรนั้น นอกจากนี้ยังมีการยกตัวอย่างเปรียบเทียบ เช่น การระบุปริมาณสารเคอร์คูมินอยด์ในขมิ้นชันด้วยวิธีวิเคราะห์ที่ต่างกัน และการระบุหรือไม่ระบุสารไตรเทอร์พีนอยด์ในสารสกัดใบบัวบก (Centella asiatica) เพื่อสะท้อนว่าความชัดเจนของหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของวัตถุดิบ
| 11% | สัดส่วนต้นทุนเนื้อสูตรต่อราคาขายปลีก |
| 68% | สัดส่วนสารออกฤทธิ์ในต้นทุนเนื้อสูตร |
| 15 ราย | ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์และ R&D ที่สำรวจ (เม.ย. 2568) |
“มูลค่าไม่ได้เพิ่มขึ้นตอนค้นพบ แต่เพิ่มขึ้นทุกครั้งที่ความเสี่ยงลดลง”
— ดร.วุฒิพงษ์ ผาณิตเศรษฐกร จากสไลด์บรรยาย “Where Differentiation Truly Begins”

From Active to Asset
ช่วงถัดมา (14.40-15.05 น.) คุณกิตติภูมิ ชินโสภณทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด (Chief Marketing Officer) ของ TIBD บรรยายหัวข้อ “From Active to Asset” ภายใต้แนวคิด “จุดเปลี่ยนจากผู้ผลิตสินค้า สู่เจ้าของคุณค่าที่ตลาดจดจำ”
เนื้อหาชี้ให้เห็นว่าการแข่งขันด้วยสารออกฤทธิ์ที่ใช้ร่วมกันในตลาดทำให้แบรนด์สร้างความแตกต่างในระยะยาวได้ยาก และเสนอแนวทางการย้ายจากการแข่งขันด้วยวัตถุดิบร่วม ไปสู่การเป็นเจ้าของสินทรัพย์เฉพาะของแบรนด์ อาทิ องค์ความรู้เฉพาะ สารสกัดที่มีลักษณะจำเพาะ กระบวนการผลิตที่ควบคุมได้ และหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ พร้อมยกตัวอย่างแนวทางเริ่มต้นจากการพิสูจน์แนวคิด (Proof of Concept) ก่อนขยายสู่การผลิตเชิงพาณิชย์
“Branded Ingredient (แบรนด์สารสกัด): ทำให้คุณสมบัตินั้น มีตัวตน มีที่มา มีหลักฐาน และมีความหมายที่ตลาดจดจำ”
— คุณกิตติภูมิ ชินโสภณทรัพย์ จากสไลด์บรรยาย “From Active to Asset”

Engineering Uniqueness
ช่วงที่สาม (15.05-15.30 น.) คุณอรุณ วีระสกุลชัย ผู้จัดการฝ่ายวิจัยและพัฒนา (R&D Manager) ของ TIBD บรรยายหัวข้อ “Engineering Uniqueness” ว่าด้วยแนวทางดัดแปรสารสกัดทั่วไปให้กลายเป็นสารออกฤทธิ์ที่มีเจ้าของ ใจความหลักของการบรรยายคือ โมเลกุลของสารออกฤทธิ์มักไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาอยู่ที่ “อนุภาค” ซึ่งกำหนดว่าร่างกายจะดูดซึมสารนั้นได้ดีเพียงใด โดยอธิบายผ่าน 4 ด่านที่สารออกฤทธิ์ต้องผ่าน ได้แก่ การหลุดออกจากโครงผลึก การเปียกน้ำของผง อัตราการละลาย และการเข้าสู่ไมเซลล์ในลำไส้เพื่อให้ร่างกายดูดซึมได้
เพื่อให้เห็นภาพ การบรรยายยกตัวอย่างสารเคอร์คูมินอยด์จากขมิ้นชันที่มีผู้พัฒนาในต่างประเทศดัดแปรอนุภาคด้วยหลายวิธี เช่น การละลายในไขมันแข็ง การบดละเอียดระดับต่ำกว่าไมครอน (submicron) การจับกับฟอสโฟลิพิด และการเคลือบผิวผลึกให้เปียกน้ำง่ายขึ้น พร้อมระบุว่าตัวเลขประสิทธิภาพที่แต่ละผู้ผลิตรายงานนั้นวัดด้วยวิธีและเงื่อนไขต่างกัน จึงไม่สามารถเทียบกันโดยตรงได้ทั้งหมด จากนั้นยกตัวอย่าง MSC (Modified Surface Curcumin) เคอร์คูมินดัดแปรพื้นผิวจากขมิ้นชันแหล่งปลูกตำบลย่านยาว จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่ง Zubb Biotech พัฒนาร่วมกับ Lin Biotech โดยมี TIBD เป็นที่ปรึกษาการพัฒนา และได้รับรางวัลจากเวที IEI 2026 โดยใช้เป็นกรณีศึกษาของกระบวนการ 5 ขั้น คือ วินิจฉัยปัญหา เลือกแนวทางดัดแปร จับคู่กับรูปแบบผลิตภัณฑ์ พิสูจน์ผล และสร้างความเป็นเจ้าของ
“หลักฐานคือสิ่งที่เปลี่ยนสารสกัดจากพืชธรรมดาให้กลายเป็นสินทรัพย์ที่มีเจ้าของ”
— คุณอรุณ วีระสกุลชัย จากสไลด์บรรยาย “Engineering Uniqueness” (แปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ)
The EstoLight Case: Green Modification by ITERG
ช่วงไฮไลต์จากประเทศฝรั่งเศส (15.50-16.30 น.) นำเสนอโดย Jean-David Leao ผู้จัดการทั่วไป (General Manager) และ Didier Pintori ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ (Product Manager) จาก ITERG สถาบันเทคนิคอุตสาหกรรมด้านน้ำมันและไขมัน (Industrial Technical Center for Oils and Related Products) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1943 (พ.ศ. 2486) ตั้งอยู่ที่เมือง Canéjan ใกล้เมือง Bordeaux ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศส ให้บริการครบวงจรในสายธุรกิจน้ำมันและไขมัน ตั้งแต่งานห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ งานวิจัยและพัฒนาระดับนำร่อง ไปจนถึงกระบวนการผลิตเชิงอุตสาหกรรม ปัจจุบัน ITERG มีพนักงาน 97 คน ให้บริการลูกค้ากว่า 500 รายทั่วโลก และดำเนินงานตามสัญญากว่า 5,000 รายการต่อปี
สไลด์บรรยายภายใต้ชื่อ “From Research to Branded Ingredient: The EstoLight Case” นำเสนอกรณีศึกษาการพัฒนา EstoLight แบรนด์วัตถุดิบเครื่องสำอางจากธรรมชาติของ ITERG ซึ่งต่อยอดจากเทคโนโลยี Estolides สารพอลิเมอร์ชีวภาพ (bio-based polymer) ที่ได้จากกรดไขมัน ออกแบบมาเพื่อใช้ทดแทนวัตถุดิบที่มาจากปิโตรเลียมได้ในหลายอุตสาหกรรม สะท้อนแนวทาง Green Modification หรือการปรับปรุงกระบวนการผลิตให้พึ่งพาเคมีจากไขมันพืชหมุนเวียนแทนสารตั้งต้นจากฟอสซิล
| 1943 | ปีก่อตั้ง ITERG |
| 97 | พนักงาน |
| 500+ | ลูกค้าทั่วโลก |
| 5,000+ | งานตามสัญญาต่อปี |
“ด้วยการร่วมมือกับพันธมิตรที่เหมาะสม และการปรับตำแหน่งทางการตลาดให้ชัดเจน เราเปลี่ยนความท้าทายทางเทคนิคให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจ”
— Jean-David Leao และ Didier Pintori จากสไลด์นำเสนอของ ITERG หัวข้อ “The EstoLight Case” (แปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ)

Your Pathway to a Branded Ingredient: TEBC Program
ปิดท้ายช่วงการบรรยาย (16.30-16.45 น.) คุณณัชพล สมรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการและผู้ร่วมก่อตั้ง (Chief Operating Officer and Co-Founder) ของ TIBD แนะนำโปรแกรม TEBC หลักสูตรบ่มเพาะผู้ประกอบการสมุนไพร จัดโดยบริษัท เค-เอพีไอ จำกัด (K-API) ร่วมกับสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร (KAPI) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หลักสูตรใช้เวลารวม 6 วันสำหรับการบรรยายและฝึกปฏิบัติจริงกับโมเดลธุรกิจของผู้เรียนเอง บวกกับการศึกษาดูงานโรงงานสมุนไพรในต่างประเทศอีก 5 วัน 3 คืน ครอบคลุมการพัฒนาวัตถุดิบสู่ผลิตภัณฑ์ 4 กลุ่ม ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ
โปรแกรม TEBC ดำเนินมาแล้ว 5 รุ่นตั้งแต่ปี 2562 มีผู้สำเร็จหลักสูตรสะสมกว่า 110 คน และกำลังเปิดรับรุ่นที่ 6 เป้าหมาย 25 คน โดยตามข้อมูลของโปรแกรม ผู้เรียนส่วนใหญ่เป็นเจ้าของกิจการหรือผู้บริหารระดับที่มีอำนาจตัดสินใจ จากนั้นวิทยากรร่วมตอบคำถามในเวทีเสวนา (Open Forum) ระหว่างเวลา 16.45-17.15 น. ก่อนปิดช่วงสัมมนาด้วยการถ่ายภาพร่วมกัน และต่อด้วยกิจกรรม Partnering Dinner
| 5 รุ่น | รุ่นที่จบหลักสูตรแล้ว (ตั้งแต่ปี 2562) |
| 110+ คน | ผู้สำเร็จหลักสูตรสะสม |
| 25 คน | เป้าหมายผู้เรียนรุ่นที่ 6 |

ระบบนิเวศความร่วมมือระยะยาว
TIBD มองว่าความร่วมมือกับ ITERG ครั้งนี้เป็นจุดต่อหนึ่งในระบบนิเวศการพัฒนาสารออกฤทธิ์ที่ TIBD ดำเนินงานร่วมกับบริษัทในเครือและพันธมิตร ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่งานวิจัยและสกัดสารผ่าน Zubb Biotech และ K-API การทดสอบและตรวจสอบอิสระผ่านห้องปฏิบัติการพันธมิตร VisBio ไปจนถึงการบ่มเพาะผู้ประกอบการผ่านโปรแกรม TEBC

งาน TIA 2026 จึงเป็นเวทีที่รวบรวมองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ กลยุทธ์ทางธุรกิจ และกรณีศึกษาจากต่างประเทศไว้ในที่เดียว เพื่อวางรากฐานความร่วมมือระยะยาวระหว่างผู้ประกอบการไทยกับเครือข่ายพันธมิตรด้านวัตถุดิบและนวัตกรรมในระดับสากล

ดูประมวลงานและภาพบรรยากาศทั้งหมดของ TIA 2026 ได้ที่หน้างาน The Ingredient Advantage 2026
ผู้ประกอบการที่สนใจพัฒนา Branded Ingredient ของตนเอง หรือสนใจโปรแกรม TEBC รุ่นที่ 6 สามารถติดต่อทีม TIBD ได้ที่หน้าติดต่อเรา