Plasma Innovation คว้า Grand Winner TECH PLANTER Thailand 2026
ผลงานของเหลวที่ผ่านการกระตุ้นด้วยพลาสมา (Plasma-Activated Liquids) ชนะเลิศจากผู้สมัคร 46 ทีมทั่วประเทศ พร้อมได้สิทธิ์เข้าแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับเอเชีย พร้อมเปิดมุมมองว่าน้ำพลาสมาคืออะไร ใช้กับอะไรได้บ้าง และทำไมรางวัลนี้จึงสำคัญกับอุตสาหกรรมไทย
เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2569 ณ อาคารเฉลิมราชกุมารี 60 พรรษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทีม Plasma Innovation คว้ารางวัล Grand Winner จากเวที TECH PLANTER Thailand 2026 Demo Day ซึ่งจัดโดย Leave a Nest Singapore โดยบริษัท ทีไอบีดี จำกัด ขอแสดงความยินดีกับทีมในโอกาสนี้ ผลงานที่ได้รับรางวัลคือเทคโนโลยีของเหลวที่ผ่านการกระตุ้นด้วยพลาสมา หรือ Plasma-Activated Liquids (PAL) สำหรับการลดการปนเปื้อนจุลินทรีย์และการแปรรูปที่ใช้สารเคมีน้อยลง

TECH PLANTER เวทีสำหรับงานวิจัยเชิงลึกที่มุ่งสู่การใช้งานจริง
TECH PLANTER เป็นเวทีสำหรับทีมที่นำงานวิจัยเชิงลึกออกไปสู่การใช้งานจริง จัดโดย Leave a Nest ซึ่งเป็นองค์กรจากประเทศญี่ปุ่นที่ทำงานเชื่อมระหว่างงานวิจัยกับภาคอุตสาหกรรมในหลายประเทศทั่วเอเชีย เวทีนี้ต่างจากการประกวดแผนธุรกิจทั่วไป ตรงที่ให้น้ำหนักกับความลึกของเทคโนโลยีและความเป็นไปได้ในการนำไปใช้จริง ไม่ใช่แค่ความน่าสนใจของไอเดีย
ในรอบปี 2569 ของประเทศไทย มีผู้สมัครทั้งสิ้น 46 ทีม คัดเหลือ 9 ทีมเข้ารอบชิงชนะเลิศ พร้อมด้วยทีมนำเสนอแบบ Lightning Talk อีก 6 ทีม และผู้นำเสนอผลงานแบบโปสเตอร์อีก 14 ราย ทีม Plasma Innovation ได้รับรางวัล Grand Winner ของเวที TECH PLANTER Thailand 2026 เงินรางวัล 50,000 บาท และสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขัน TECH PLANTER Asia Final 2026
ต่อมาเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ทีม Plasma Innovation ได้ขึ้นนำเสนอผลงานบนเวที TECH PLANTER Asia Final 2026 ณ MRANTI Innovation Park กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในฐานะหนึ่งใน 14 ทีมสุดท้ายจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และญี่ปุ่น
ประกาศผลอย่างเป็นทางการระบุเหตุผลที่คณะกรรมการเลือกผลงานนี้ว่า
“The technology offers an innovative solution for food safety, agriculture, and healthcare by utilizing plasma-activated liquids to reduce microbial contamination while minimizing chemical usage, demonstrating strong commercialization potential and significant societal impact.”
— ประกาศผลอย่างเป็นทางการ TECH PLANTER by Leave a Nest
แปลความได้ว่า เทคโนโลยีนี้เป็นทางออกเชิงนวัตกรรมสำหรับความปลอดภัยอาหาร การเกษตร และการดูแลสุขภาพ ด้วยการใช้ของเหลวที่ผ่านการกระตุ้นด้วยพลาสมาเพื่อลดการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ (microorganisms) โดยใช้สารเคมีน้อยลง และแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการต่อยอดเชิงพาณิชย์ที่แข็งแรง พร้อมผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมอย่างมีนัยสำคัญ

น้ำพลาสมา (Plasma Activated Water) คืออะไร
น้ำพลาสมา หรือ Plasma-Activated Water (PAW) คือน้ำที่ผ่านการสัมผัสกับพลาสมาเย็น จนเกิดอนุมูลออกซิเจนและไนโตรเจนที่ว่องไวละลายอยู่ในน้ำ ทำให้น้ำธรรมดากลายเป็นของเหลวที่มีฤทธิ์ในการลดจุลินทรีย์ โดยไม่ต้องเติมสารเคมีฆ่าเชื้อจากภายนอก เมื่อใช้ของเหลวชนิดอื่นที่ไม่ใช่น้ำเปล่าเป็นตัวตั้งต้น เช่น สารละลายกรดอินทรีย์ จะเรียกรวมว่าของเหลวที่ผ่านการกระตุ้นด้วยพลาสมา หรือ Plasma-Activated Liquids (PAL) ซึ่งมีความเสถียรสูงกว่าและควบคุมคุณสมบัติได้ละเอียดกว่า
กระบวนการผลิตเริ่มจากการสร้างพลาสมาเย็นในอากาศที่ความดันบรรยากาศ (atmospheric pressure) ปกติ แล้วให้พลาสมานั้นสัมผัสกับผิวน้ำ อนุมูลที่เกิดขึ้นจะละลายลงไปและเปลี่ยนสมบัติของน้ำ ทั้งค่าความเป็นกรดด่าง (pH) ค่าศักย์ออกซิเดชัน-รีดักชัน และแรงตึงผิว
คุณสมบัติสำคัญของน้ำพลาสมาจึงมาจากกลไกนี้ คือมีฤทธิ์ลดจุลินทรีย์โดยไม่ต้องเติมสารเคมีฆ่าเชื้อจากภายนอก ควบคุมความแรงได้ด้วยการปรับเวลาและพลังงานที่ใช้กระตุ้น อนุมูลที่เกิดขึ้นมีอายุจำกัด จึงต้องออกแบบระยะเวลาการใช้งานให้เหมาะสม และเนื่องจากผลิตจากน้ำกับไฟฟ้า จึงไม่ต้องขนส่งและจัดเก็บสารเคมีอันตราย

น้ำพลาสมาใช้กับอะไรได้บ้าง
การล้างผักผลไม้สดและการยืดอายุการเก็บรักษา การใช้น้ำพลาสมาล้างผักผลไม้สดเป็นกลุ่มงานที่มีงานวิจัยรองรับมากที่สุดกลุ่มหนึ่ง เพราะตอบโจทย์สองเรื่องพร้อมกัน คือลดจุลินทรีย์ที่ผิว และลดการพึ่งพาสารเคมีในขั้นตอนล้าง ซึ่งมีผลโดยตรงต่อทั้งความปลอดภัยและต้นทุนการจัดการน้ำเสีย
เมล็ดพันธุ์และการเพาะปลูก น้ำพลาสมาถูกใช้แช่เมล็ดพันธุ์เพื่อลดเชื้อที่ติดมากับเมล็ดและกระตุ้นการงอก (germination) นอกจากนี้อนุมูลไนโตรเจนที่เกิดขึ้นในน้ำยังเป็นที่สนใจในแง่ของการเป็นแหล่งไนโตรเจนสำหรับพืช ซึ่งเป็นทิศทางวิจัยที่กำลังได้รับความสนใจในหลายประเทศ
กระบวนการผลิตในโรงงาน ในสายการผลิต น้ำพลาสมาถูกมองเป็นทางเลือกสำหรับขั้นตอนทำความสะอาดที่เดิมต้องใช้สารเคมี จุดแข็งคือผลิตได้ที่หน้างานจากน้ำและไฟฟ้า จึงลดภาระการจัดเก็บและการกำจัดสารเคมี
อย่างไรก็ตาม การนำไปใช้จริงในแต่ละอุตสาหกรรมยังต้องผ่านการออกแบบเงื่อนไขและการทดสอบเฉพาะกรณี รวมถึงการพิจารณาตามข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล (regulator) ที่เกี่ยวข้อง
เบื้องหลังผลงาน
งานชิ้นนี้พัฒนาต่อยอดจากงานวิจัยด้านพลาสมาเย็นของ รศ.ดร.ศิวพล ศรีสนพันธุ์ ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งจบการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์จาก University of Pittsburgh สหรัฐอเมริกา และปริญญาโทจาก University of Texas at Austin ด้วยทุนกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีผลงานตีพิมพ์ในวารสารระดับควอร์ไทล์ 1 ราว 21 เรื่อง ครอบคลุมทั้งนาโนอิเล็กทรอนิกส์และการประยุกต์ใช้พลาสมาในภาคเกษตรและชีวภาพ
จุดที่ทำให้เทคโนโลยีกลุ่มนี้น่าสนใจในเชิงอุตสาหกรรม คือไม่ต้องใช้ระบบสุญญากาศราคาสูงแบบที่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ใช้ ทำให้ต้นทุนการเข้าถึงลดลงมาก และสามารถออกแบบให้ทำงานร่วมกับสายการผลิต (production line) ที่มีอยู่เดิมได้
ในการให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ รศ.ดร.ศิวพล เคยอธิบายโจทย์ที่ตั้งไว้ตั้งแต่กลับจากการศึกษาที่สหรัฐอเมริกาว่า
“เราจะทำยังไงให้เทคโนโลยีพลาสมาเข้าถึงได้ง่าย ใช้งานได้ง่าย”
— รศ.ดร.ศิวพล ศรีสนพันธุ์
รางวัลครั้งนี้เป็นสัญญาณหนึ่งว่าโจทย์ข้อนั้นเริ่มมีคำตอบที่จับต้องได้
ทีมอื่นที่ได้รับรางวัลในปีนี้
นอกจากรางวัล Grand Winner แล้ว เวที TECH PLANTER Thailand 2026 ยังมอบรางวัลให้กับทีมอื่นอีกสามรางวัล
| รางวัล | ทีม | สิ่งที่ได้รับ |
|---|---|---|
| Grand Winner | Plasma Innovation Co., Ltd. | เงินรางวัล 50,000 บาท และสิทธิ์เข้าร่วม TECH PLANTER Asia Final 2026 |
| Leave a Nest Award | GlycoSphere | สิทธิ์เข้าร่วม TECH PLANTER Asia Final 2026 |
| JT Award | Hillkoff Co., Ltd. | เงินรางวัล 30,000 บาท |
| Soken Chemical Award | Nano Coating Tech Co., Ltd. | เงินรางวัล 30,000 บาท |

น้ำพลาสมาเทียบกับวิธีลดจุลินทรีย์แบบอื่นอย่างไร
คำถามแรกที่ผู้ประกอบการมักถามคือเทคโนโลยีนี้ดีกว่าวิธีเดิมตรงไหน ตารางด้านล่างเทียบให้เห็นว่าแต่ละวิธีแลกอะไรกับอะไร ไม่ใช่เพื่อบอกว่าวิธีไหนดีที่สุด เพราะคำตอบขึ้นอยู่กับกระบวนการของแต่ละโรงงาน
| วิธี | เติมสารเคมี | ใช้ความร้อน | ข้อจำกัดที่ต้องจัดการ |
|---|---|---|---|
| ความร้อนหรือการลวก | ไม่ต้อง | ใช้ | คุณภาพ สี และเนื้อสัมผัสของผลผลิตสดเปลี่ยนไป |
| สารเคมีฆ่าเชื้อ | ต้อง | ไม่ใช้ | ต้องจัดการสารตกค้างและน้ำทิ้ง มีต้นทุนสารต่อเนื่อง |
| รังสียูวี | ไม่ต้อง | ไม่ใช้ | ได้ผลเฉพาะพื้นผิวที่แสงส่องถึง บริเวณที่มีเงาบังจะไม่ได้รับผล |
| น้ำพลาสมา (PAW) | ไม่ต้อง | ไม่ใช้ | ฤทธิ์ลดลงตามเวลา ต้องวางจุดใช้งานให้ใกล้จุดผลิต |
ข้อพิจารณาในการนำไปใช้ในอุตสาหกรรม
เมื่อเทียบกับน้ำคลอรีนซึ่งต้องเติมสารเคมีลงในน้ำและมีสารตกค้างที่ต้องจัดการ น้ำพลาสมาสร้างฤทธิ์ขึ้นจากน้ำกับอากาศด้วยไฟฟ้า และอนุมูลที่เกิดขึ้นจะสลายตัวตามเวลา ทั้งสองวิธีจึงมีลักษณะการจัดการที่ต่างกัน มีข้อดีข้อจำกัดคนละแบบ และต้องเลือกให้เหมาะกับกระบวนการ
อนุมูลที่ให้ฤทธิ์มีอายุจำกัดและลดลงตามเวลา ระยะเวลาที่ใช้ได้จริงขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการผลิตและการเก็บรักษา จึงต้องกำหนดจากผลการทดสอบของแต่ละระบบ ไม่ใช่ตัวเลขกลางที่ใช้ได้กับทุกกรณี ด้วยเหตุนี้ รูปแบบที่ใช้งานได้จริงส่วนใหญ่จึงเป็นการผลิตที่จุดใช้งาน โดยติดตั้งเครื่องกำเนิดไว้ในสายการผลิต ไม่ใช่การซื้อเป็นถังมาเก็บไว้ ขนาดของระบบขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำที่กระบวนการนั้นใช้ต่อวัน
การลดจุลินทรีย์บนผิวผลผลิตช่วยชะลอการเน่าเสียได้ จึงมีผลต่ออายุการเก็บรักษา (shelf life) แต่ตัวเลขว่ายืดได้กี่วันขึ้นอยู่กับชนิดผลผลิต เงื่อนไขที่ใช้ และการควบคุมอุณหภูมิหลังจากนั้น จึงต้องทดสอบกับผลผลิตจริงก่อนระบุเป็นตัวเลข สำหรับผู้ประกอบการ จุดเริ่มต้นคือการระบุโจทย์ให้ชัดว่าปัญหาอยู่ตรงไหนของกระบวนการ เช่น การปนเปื้อนที่ขั้นตอนใด ต้นทุนสารเคมีเท่าไร แล้วจึงประเมินว่าเทคโนโลยีกลุ่มนี้เหมาะกับโจทย์หรือไม่ ก่อนออกแบบการทดสอบขนาดเล็กเพื่อพิสูจน์ผล
ทำไมรางวัลนี้ถึงสำคัญกับอุตสาหกรรมไทย
ประเทศไทยมีงานวิจัยด้านพลาสมาเย็นอยู่พอสมควร ทั้งในมหาวิทยาลัยและหน่วยงานวิจัยของรัฐ แต่สิ่งที่ยังขาดคือการข้ามจากงานวิจัยไปสู่การใช้งานจริงในสายการผลิต ช่องว่างนี้ไม่ได้เกิดจากวิทยาศาสตร์ที่ไม่แข็งแรง แต่เกิดจากการขยายขนาด (scale-up) การออกแบบเงื่อนไขให้เข้ากับกระบวนการจริง และการหาคู่ธุรกิจที่มีโจทย์ตรงกัน ซึ่งเป็นคนละทักษะกับการทำวิจัยให้ได้ผล
การที่ผลงานพลาสมาของไทยได้รับเลือกเป็น Grand Winner บนเวทีที่ให้น้ำหนักกับศักยภาพเชิงพาณิชย์ จึงเป็นสัญญาณว่างานกลุ่มนี้เดินทางมาถึงจุดที่กรรมการระดับภูมิภาคมองเห็นเส้นทางสู่ตลาดแล้ว
ก้าวต่อไป
รางวัลนี้ไม่ใช่เส้นชัย แต่เป็นสัญญาณว่างานวิจัยพลาสมาเย็น (Cold Plasma) ของไทยเดินทางมาถึงจุดที่มองเห็นเส้นทางสู่ตลาดแล้ว โจทย์ถัดไปคือการขยายขนาดการผลิตและการจับคู่เทคโนโลยีเข้ากับโจทย์จริงของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นช่วงที่งานวิจัยจำนวนมากไปไม่ถึง และเป็นช่วงที่ TIBD ทำงานอยู่
TIBD ทำงานร่วมกับนักวิจัยและเจ้าของเทคโนโลยี เพื่อให้งานวิจัยเดินต่อจากห้องปฏิบัติการไปถึงสายการผลิตจริง โดยสิ่งแรกที่บริษัททำร่วมกับผู้ประกอบการคือการประเมินว่าโจทย์นั้นเหมาะกับเทคโนโลยีจริงหรือไม่ และหากประเมินแล้วไม่เหมาะจะแจ้งตั้งแต่ต้น เพื่อวางรากฐานความร่วมมือระยะยาวระหว่างงานวิจัยไทย เจ้าของเทคโนโลยี และภาคอุตสาหกรรม
สนใจนำพลาสมาเย็นหรือน้ำพลาสมาไปใช้ร่วมกับ TIBD
ผู้ประกอบการที่สนใจนำพลาสมาเย็นหรือน้ำพลาสมาไปใช้กับกระบวนการผลิตหรือผลิตภัณฑ์ของตน สามารถหารือความเป็นไปได้เบื้องต้นกับทีม TIBD ได้ตั้งแต่ขั้นที่ยังไม่มีข้อมูล ผ่าน LINE Official Account @tibdglobal หรือแบบฟอร์มที่ tibdglobal.com/contact และดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หน้า Cold Plasma และ บริการพลาสมาเย็น
อ่านต่อ: น้ำพลาสมากับการให้ธาตุอาหารพืช · ยืดอายุผักผลไม้สดด้วยพลาสมาเย็น · พลาสมาเย็นคืออะไร — บทสัมภาษณ์ รศ.ดร.ศิวพล ศรีสนพันธุ์
แหล่งข้อมูล: รายละเอียดผลการแข่งขันอ้างอิงจากประกาศผลอย่างเป็นทางการของ TECH PLANTER by Leave a Nest เผยแพร่เมื่อ 22 กรกฎาคม 2569 · ข้อมูลเวที Asia Final อ้างอิงจากรายงานผล TECH PLANTER Asia Final 2026 เผยแพร่เมื่อ 28 สิงหาคม 2569 · ภาพบรรยากาศงานจาก TECH PLANTER by Leave a Nest · ข้อมูลประวัติผู้วิจัยอ้างอิงจากเว็บไซต์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และประวัติย่อของผู้วิจัย · คำอธิบายเชิงเทคนิคเรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์และเอกสารทางเทคนิคของทีมวิจัย